ก๋วยเตี๋ยวรสเด็ด

ก๋วยเตี๋ยวรสเด็ด

เรื่องเล่าผีที่จะนำมาเล่าในวันนี้มาเรื่องเล่าจากประสบการณ์ตรงของฉัตร ที่เคยทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟของร้านก๋วยเตี๋ยวแห่งหนึ่งในย่านรังสิต

                ช่วงนั้นฉัตรได้เข้ามาเรียนต่อในมหาวิทยาลัยชื่อดังในย่านนี้ โดยฉัตรเองมีค่าใช้จ่ายเยอะแยะเต็มไปหมด เมื่อออกมาอยู่หอคนเดียวก็ต้องพึ่งตัวเอง เขาจึงตัดสินใจหางานทำเพื่อความอยู่รอดพอถึงช่วงปิดเทอมฉัตรก็ได้ตระเวนออกไปสมัครงานในละแวกแถวนั้น ซึ่งก็ได้บ้างไม่ได้บ้าง บางงานที่ได้ทำก็ทำได้แค่วันเดียวแล้วก็ออก เพราะงานนั้นหนักมาก ทั้งขนของแบกของเดินเป็นสิบยี่สิบรอบ ทำให้ฉัตรปวดขาจึงทำต่อไม่ไหว

ตลอดทางของตึกแถวที่ว่านี้จะมีร้านขายข้าวแกง อาหารตามสั่ง ร้านนั่งดื่ม และร้านขายเสือผ้า ฉัตรบอกว่าตอนนั้นรู้สึกเหนื่อยและเซ็งมากที่หางานทำไม่ได้สักที จนกระทั่งเขาเดินไปเห็นร้านก๋วยเตี๋ยวแห่งหนึ่ง ที่มีสองสามีภรรยาลุงกับป้ากำลังขายก๋วยเตี๋ยวอยู่ ด้วยความที่เหนื่อยและหิวมาก ฉัตรจึงตัดสินใจเดินเข้าไปกินก๋วยเตี๋ยวที่ร้านนั้น และเมื่อได้ชิมรสชาติของก๋วยเตี๋ยวที่ร้านแล้วเขาก็รู้สึกว่ารสชาติก็ไม่เลวเลย พอเขากินก๋วยเตี๋ยวเสร็จ เขาก็ตัดสินใจเดินไปสมัครงานกับลุงและป้าเจ้าของร้าน เพราะที่หน้าร้านนั้นติดป้ายรับสมัครพนักงานเสิร์ฟไว้ ช่วงนั้นในร้านกำลังวุ่นวาย มีลูกค้าเข้าเยอะ เพราะเป็นเวลาเที่ยงเศษ ๆ ลุงกับป้าใจดีมากรับฉัตรเข้าทำงาน และให้เริ่มงานในวันนั้นเลย

ก๋วยเตี๋ยวรสเด็ด

ที่สัมผัสได้คือในร้านนั้นเงียบและเหม็นอับมาก แต่สักพักฉัตรก็ได้ยินเสียงอะไรบางอย่างมาจากชั้นบน ทีแรกเขาไม่อยากขึ้นไปดู แต่พอสักพักเขาก็ตัดสินใจขึ้นไปเพราะเสียงนั้นดังไม่หยุด พอขึ้นไปแล้วฉัตรก็ได้ยินเสียงร้องครางกระเส่าของใครบางคน พร้อมเสียงบ่นพรึมพรำ ๆ ฉัตรจึงตัดสินใจเข้าไปดูใกล้ ๆ ปรากฏว่าสิ่งที่เขาเห็นนั้นคือภาพเมียลุงกำลังนั่งถลกผ้าถุงและขย่มขึ้นลงบนปากหม้อดิน พร้อมทั้งส่งเสียงครางออกมาด้วยอารมณ์สวาท ตามใบหน้าและร่างกายของป้านั้นเต็มไปด้วยเหงื่อเม็ดใหญ่ไหลเปียกชุ่มไปทั้งตัว และฉัตรก็ได้เห็นลุงหยิบหม้ออีกใบหนึ่งขึ้นมาพร้อมทั้งพูดกับป้าว่า "ไอ้ของที่เคยทำไว้มันหมดแล้วนะ ต้มจนไม่เหลือแล้ว วันนี้คงต้องทำกันใหม่" ป้าไม่ได้ตอบอะไรแค่พยักหน้าอย่างเดียว ต่อมาลุงก็ได้ยื่นมือไปลูบคลำที่บริเวณจุดสำคัญของเมียแกสองสามที แล้วจับขาตรึงไว้อยู่อย่างนั้น ก่อนจะบ่นพรึมพรำ ๆ คล้ายกับท่องคาถาบางอย่าง พร้อมกับเอื้อมมือไปดึงอะไรบางอย่างออกมาจากบริเวณนั้น ลักษณะเป็นเส้นสีดำหยิบหยอย ในขณะที่เมียลุงนั้นทำหน้าตาทั้งเจ็บทั้งเสียว และได้พูดว่า "ดี...แบบนั้นแหละดี คนจะได้ติดใจ" ลุงนำสิ่งที่ดึงออกมาวางบนผ้าขาวและสวดทำพิธี ในขณะที่เมียแกก็ยังร่อนเอวขึ้นลงที่ปากหม้ออยู่ตลอด สักพักลุงก็หยุดสวดแล้วเปิดฝาหม้อออก และสิ่งที่ลุงหยิบออกมาจากหม้อนั้นคือซากตุ๊กแกที่แห้งกรอบสองตัวที่นำมาพันกันด้วยเส้นสีดำหยิบหยอย ฉัตรเห็นแล้วถึงกับจะอาเจียนออกมาเลยทันที ไม่อยากนึกถึงตอนที่ตัวเองกินก๋วยเตี๋ยวของลุงเลย ฉัตรเลยตัดสินใจวิ่งออกมาจากที่ตรงนั้น และลุงกับป้าก็เริ่มรู้ตัวว่ามีคนแอบมาเห็นจึงวิ่งตามฉัตรไป ในระหว่างนั้นฉัตรบอกว่ามันคือนาทีชีวิตของเขาเลย เพราะเขารู้สึกอยากจะอาเจียน ณ ตอนนั้น ทำให้วิ่งไปต่อไม่ไหว และก็เหมือนมีคนวิ่งตามมากำลังจะถึงตัวเขาแล้ว แต่ในที่สุดเขาก็ได้วิ่งหนีออกมาอย่างสุดชีวิต และได้เจอมาร์คที่หน้าปากซอย ตอนแรกฉัตรก็พยายามจะบอกให้มาร์คหนีตามเขาไป แต่พอมาร์คกลัวเสียงานเสียการจึงไม่ไปกับเขา ฉัตรจึงตัดสินใจหนีไปคนเดียว

ฉัตรได้กลับไปตั้งตัวที่หอพักของตัวเอง ก่อนที่จะไปวัดเพื่อให้หลวงพ่อนั้นรดน้ำมนต์ให้ และสามวันต่อมาก็ได้รู้ข่าวว่าลุงกับป้านั้นปิดร้านและย้ายออกไปแล้ว โดยคุณฉัตรนั้นไม่ได้เอาเรื่องนี้ไปเล่าให้ใครฟัง แต่ก็ไม่รู้ว่าลุงกับป้านั้นหนีไปเปิดร้านก๋วยเตี๋ยวกันที่ไหนอีก