ของมีครู

ของมีครู

เรื่องเล่าผีที่เราจะนำมาเล่าต่อไปนี้ ขอบอกว่าเป็นเรื่องเล่าผีจากประสบการณ์จริงค่ะ ซึ่งเป็นเรื่องเล่าของคุณคิมที่ประสบพบเจอกับตัวเอง เรื่องราวจะเป็นอย่างไรนั้นเชิญอ่านกันเลยค่ะ

ย้อนกลับไปในวัยมัธยมของคิมนั้นโรงเรียนของคิมได้จัดกีฬาสีขึ้น และในปีนั้นคิมได้รับหน้าที่เป็นหัวหน้าในการดูแลเชียร์ลีดเดอร์ทำการแสดง คิมและเพื่อน ๆ ก็ได้ไปเช่าหัวสิงโตที่ร้านเพื่อมาใช้ซ้อมการแสดง โดยทางเจ้าของร้านกำชับว่าหัวสิงโตนี้เป็นของมีครู พยายามหลีกเลี่ยงอย่าให้ผู้หญิงจับ แต่ถ้าจะจับต้องไหว้และทำพิธีก่อน และอย่าวางหัวสิงโตลงที่พื้นเด็ดขาด ซึ่งคิมและเพื่อน ๆ ก็รับปากว่าจะทำตามที่บอก

ในวันซ้อมใหญ่นั้นคิมได้นำหัวสิงโตมาใช้ซ้อมการแสดง ซึ่งมิ้วเป็นตัวนำโชว์ที่ต้องเชิดหัวสิงโต และมิ้วก็เผลอจับหัวสิงโตโดยที่ไม่ได้ไหว้ก่อน อุ้มซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ร่วมโชว์การแสดงก็ถามมิ้วว่า "มิ้ว แกไหว้แล้วเหรอ?" มิ้วก็ตอบไปสั้น ๆ ว่า "ใช่" ทุกคนจึงโล่งอกและก็ไม่ได้คิดอะไร ซึ่งจริง ๆ แล้วนั้นมิ้วเข้าใจผิดตอนที่อุ้มถาม มิ้วเองลืมไหว้ก่อนที่จะจับหัวสิงโต

พอตกตอนกลางคืนทุกคนก็มารวมตัวกันซ้อมในห้องที่จัดไว้ตามแต่ละสี ซึ่งคิมนั้นอยู่สีแดง และได้เลือกการแสดงเกี่ยวกับการเชิดหัวสิงโต ในคืนนั้นขณะที่ทุกคนกำลังซ้อมอยู่ก็เกิดปัญหาหลายอย่างขัดข้องตามมาเรื่อย ๆ โดยเฉพาะเครื่องเสียงในตอนที่เปิดอยู่ในระหว่างการซ้อมนั้นมันติด ๆ ดับ ๆ ทำให้การซ้อมนั้นต้องหยุดชะงัก คิมกับเจมส์จึงเดินเข้าไปดูเครื่องเสียงนั้นว่ามีอะไรผิดปกติหรือเปล่า และอยู่ ๆ ไฟในห้องก็ดับ ด้วยความที่ไฟดับทำให้มองอะไรไม่เห็น ทุกคนจึงรีบเปิดไฟฉายในโทรศัพท์ของตัวเองเพื่อส่องดู อีกสักพักมิ้วก็กรี๊ดออกมาด้วยความกลัว ทุกคนพยายามจะเข้าไปดูมิ้ว แต่มิ้วเองก็ไล่ให้ทุกคนออกไป "ออกไป อย่าเข้ามานะ ฉันกลัว" มิ้วพูดด้วยเสียงสั่น ๆ ซึ่งตอนนั้นทุกคนก็ได้แต่มองหน้ากันและสงสัยว่ามิ้วนั้นเป็นอะไร คิมจึงคิดได้และรีบมองหาหัวสิงโตทันที และที่แย่ไปกว่านั้นคือคิมเห็นมิ้วนั้นเหยียบพู่ของหัวสิงโต เจมส์จึงพูดออกมาว่า "ซวยแล้วไง" ซึ่งทางเจ้าของร้านได้บอกกับพวกคิมไปแล้วว่าห้ามวางหัวสิงโตไว้ที่พื้น แต่ที่มันหนักไปกว่านั้นคือมิ้วได้เหยียบที่พู่ของหัวสิงโต

เมื่อไฟติดแล้วทุกอย่างก็เริ่มสงบ แนนจึงเข้าไปถามมิ้วว่าเป็นอะไรหรือเปล่า มิ้วพูดว่า "นี่แนนจริง ๆ ใช่มั้ย" แนนก็ตอบว่าใช่ และมิ้วก็ได้เล่าให้ทุกคนฟังว่าตอนที่ไฟดับแล้วทุกคนใช้ไฟฉายในโทรศัพท์ขึ้นมาส่องดูนั้น เขาก็ได้เห็นแนน แต่พอมองไปที่หน้าแนนแล้วกลับเป็นหน้าคนอื่นที่แสดงอาการโกรธออกมา หน้าตาดูดุมาก คิมเมื่อได้ยินแบบนั้นจึงตัดสินใจพาทุกคนไปไหว้ศาลพระภูมิที่หน้าโรงเรียน

เมื่อไปถึงศาลพระภูมิแล้วทุกคนจึงเข้าไปกราบไหว้ หลังจากไหว้ศาลพระภูมิเสร็จแล้วนั้นทุกคนก็เดินกลับไปที่ห้องซ้อม แต่ก่อนที่จะเดินกลับไปนั้นลุงยามได้เดินเข้ามาทักพวกคิมว่า "แหม...อยากจะชนะถึงขนาดต้องมาขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์กันเลยทีเดียวนะ" ทุกคนก็ได้แต่ยิ้มแห้ง ๆ กลับไป

ของมีครู

ในระหว่างเดินกลับไปที่ห้องนั้นคิมก็ได้เห็นอะไรบางอย่างที่ทำให้ขนลุก คิมได้เห็นเงาของเจมส์ที่ไม่มีหัว เขาจึงร้องโวยวายเสียงดังจนเพื่อน ๆ ต้องหันมาดู และเจมส์ก็พยายามจะเดินเข้ามาหาคิม คิมก็เลยพูดกับเจมส์ว่า "มึงหยุดอยู่ตรงนั้นเลยนะเจมส์ อย่าเข้ามาหากูนะ" ทำให้เจมส์ถึงกับงงว่าเกิดอะไรขึ้น แต่พอสักพักทุกอย่างก็ปกติ คิมเห็นเงาของเจมส์ที่มีหัวอย่างปกติแล้ว หลังจากนั้นโบ๊ทเพื่อนที่อยู่อีกสีหนึ่งก็เข้ามาทักว่า "แค่ซ้อมการแสดงเฉย ๆ ถึงกับต้องร้องโวยวายเสียงดังเลยเหรอวะ" คิมจึงพูดกับโบ๊ทว่า "นี่มึงมาแถวนี้จะมาแอบดูการซ้อมของสีกูหรือเปล่าวะ" โบ๊ทจึงตอบกลับไปว่า "แหม...สีกูคงสู้สีพวกมึงไม่ได้หรอก ก็พวกมึงจ้างคนมาเชิดสิงโตซะขนาดนั้น" เมื่อโบ๊ทพูดแบบนี้ทำให้คิมต้องขนลุกขึ้นมาอีกครั้ง คิมจึงถามโบ๊ทกลับไปว่า "ใครจ้างวะ พวกกูไม่ได้จ้างใครเลย" โบ๊ทพูดว่า "ก็กูเห็นมีคนกำลังซ้อมเชิดสิงโตในห้องที่พวกมึงใช้ซ้อมอยู่อะ" คิมจึงบอกว่าเขาได้ล็อกห้องไว้แล้วและเขาเองก็ออกมาจากห้องเป็นคนสุดท้ายด้วย ไม่น่าจะมีใครเข้าไปได้ หลายอย่างเริ่มมีความผิดปกติ ทุกคนก็เริ่มกลัว ไม่กล้าที่จะซ้อมต่อแล้ว คิมจึงตัดสินใจโทรหาครูกุ้งซึ่งเป็นครูพละที่พวกเขาสนิทด้วย คิมได้เล่าเรื่องทุกอย่างให้ครูกุ้งฟัง ครูกุ้งจึงบอกให้ทุกคนแยกย้ายกลับบ้านไปก่อน และพรุ่งนี้เช้าเขาจะพามาทำพิธีขอขมา

เวลาตีห้าทุกคนจึงมาที่โรงเรียนและครูกุ้งก็พาทุกคนไปทำพิธีขอขมาหัวสิงโตนั้น และหลังจากที่ทุกคนขอขมาเสร็จแล้วก็เริ่มรู้สึกสบายใจขึ้น ครูกุ้งเองก็พูดปลอบใจทุกคนว่า "สบายใจได้แล้วนะ คงไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีกแล้วแหละ" และได้ให้ทุกคนกลับไปแต่งตัวเพื่อซ้อมการแสดงต่อในขณะที่ซ้อมการแสดงนั้นมิ้วได้เกิดอุบัติเหตุล้มตกลงมาที่พื้นจนแขนหัก และเจมที่กำลังจะวิ่งเข้าไปช่วยก็ได้สะดุดผ้าลื่นล้มลงอย่างแรงจนทำให้เจ็บขา สุดท้ายแล้วสีของคิมนั้นไม่สามารถทำการแสดงต่อไปได้ และก็ไม่ได้รับรางวัลอะไรเลย เพราะไม่พร้อมที่จะทำการแสดง