คืนขอบิณฑบาตร

คืนขอบิฑบาต

เรื่องเล่าผี ในวันนี้เป็นตำนานเรื่องผีของทางภาคเหนือ บอกได้เลยว่าเรื่องเล่านี้เป็นเรื่องเล่าผีเฮี้ยนที่ใครได้ฟังแล้วก็ชวนขนหัวลุกไปตาม ๆ กัน และยังมีเรื่องหวยเด็ดเลขดังเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยในสมัยก่อนมีหมู่บ้านเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง ซึ่งในละแวกนั้นมีแต่ซุ้มเสือกองโจรอยู่มากมาย โดยมีหัวหน้ากลุ่มที่มีชื่อเสียงอย่างเสือทอง เสือเซ และเสือเมฆ ถือเป็นสามกองใหญ่ ๆ ที่ชาวบ้านรู้จักกันดี

เรื่องนี้เริ่มที่หัวหน้ากองเสือคนหนึ่ง นั่นก็คือเสือเมฆ เป็นเรื่องแปลกแต่จริงที่เสือเมฆนั้นคิดกลับใจเป็นคนดี หลังจากสำนึกผิดในเหตุการณ์บุกปล้นหมู่บ้านแถวชายป่า และได้เผาทำลายวัดจนเสียหาย อีกทั้งยังฆ่าพระตายเกลื่อนกลาด แต่ทั้งหมดนั้นไม่ได้เกิดจากฝีมือของเสือเมฆ แต่เป็นฝีมือของลูกน้องเสือเมฆที่ผิดคำสั่งหัวหน้า บุกทำลายวัดเพื่อปล้นสมบัติที่คิดว่าฝังไว้อยู่ใต้โบสถ์ โดยเสือเมฆนั้นไม่ได้ตั้งใจจะทำอะไรขนาดนั้นเลย เขารู้สึกเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น และได้ตัดสินใจปลดตัวเองจากการเป็นหัวหน้าซุ้มโจร ข่าวของเสือเมฆหายไปไม่นาน คนทั้งหมู่บ้านก็ร่ำลือให้หนาหูว่าเสือเมฆนั้นได้หนีมาบวชที่วัดแห่งหนึ่งเพื่อหนีความผิด

วันเวลาผ่านไปจนถึงช่วงต้นเดือนเมษายนก็มีชาวบ้านในละแวกวัดพบเห็นเสือเมฆเดินบิณฆบาตรกับพระรูปอื่น ชาวบ้านก็ต่างไม่พอใจแล้วนำสิ่งที่ตัวเองได้เห็นไปเล่าต่อกระจายไปยังหมู่บ้านอื่น ๆ กว่าที่อดีตเสือเมฆจะได้บวชนั้นก็แสนจะยากลำบาก เพราะพระรูปอื่น ๆ ในวัดก็มีเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ต่างไม่พอใจที่จะบวชให้กับมารศาสนาอย่างเขา แต่เจ้าอาวาสให้อดีตเสือเมฆบวชนั้นก็มีเงื่อนไขว่าจะต้องลาสิกขาเมื่อสิ้นสงกรานต์ พร้อมมอบตัวกับทางการทันที เสือเมฆก็รับปากว่าจะมอบตัวหลังจากที่ศึกแล้ว

เหตุการณ์หลังจากที่พระเมฆได้บวชเป็นพระแล้วนั้นก็ยังไม่สู้ดีนัก เพราะชาวบ้านเองต่างก็รู้ดีว่าเขาเป็นคนยังไง มีชาวบ้านบางส่วนวางแผนเพื่อที่จะฆ่าพระเมฆให้ตายก่อนส่งถึงมือตำรวจ แต่ก็ทำไม่สำเร็จ พระเมฆนั้นจึงหันมาศึกษาหลักธรรมอย่างจริงจัง จนในที่สุดชาวบ้านก็เริ่มเลื่อมใสในตัวพระเมฆ เพราะรู้ว่าพระเมฆกลับตัวกลับใจแล้วจริง ๆ บรรดาสาวน้อยสาวใหญ่ติดอกติดใจในสำนวนการเทศของพระเมฆ จนทำให้เหล่าผัวทั้งหลายนั้นไม่พอใจ เนื่องจากบรรดาเมียของตนนั้นไปแต่วัดจนไม่เอางานบ้านงานเรือนเลย

ในคืนนั้นพระเมฆได้นำบาตรมาเช็ดมาล้างที่ริมแม่น้ำข้างกุฏิ บรรยากาศในละแวกนั้นเงียบสงัดและวังเวง และพระเมฆก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของอะไรบางอย่างเดินมาอย่างช้า ๆ อยู่ไม่ไกลนัก พระเมฆมองตามเสียงนั้นไปจนได้เห็นอะไรบางอย่างรูปร่างคล้ายพระสงฆ์ห่มจีวรแต่สิ่งที่พระเมฆเห็นนั้นมันไม่มีหัว พระเมฆชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะหันกลับมาล้างบาตรต่อ แล้วพูดออกมาว่า "ท่านคงมารอรับเรากระมัง" พูดจบเสียงจั๊กจั๋นก็ดังระงมขึ้นทั่วบริเวณ พระเมฆถอนหายใจออกมาก่อนจะกล่าวคำแผ่เมตตา ไม่ทันไรเงาตะคุ่ม ๆ ของคนสามคนที่เดินอ้อมมาจากข้างหลัง ทันใดนั้นพระเมฆก็โดนคนเอาดาบฟันฉับลงที่ก้านคอหลุดกระเด็นและตกลงไปที่ก้นบาตรลอยไปในน้ำพร้อมดาบนั้น เลือดสาดไปทั่วบริเวณ

หลังจากเหตุการณ์ในคืนนั้นชาวบ้านบางส่วนต่างก็ดีใจกันใหญ่ แต่ก็มีส่วนน้อยที่คิดว่าไม่น่ามีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นเลย เพราะอีกไม่กี่วันพระเมฆก็จะศึกและมอบตัวกับทางการแล้วดันมาถูกฆ่าตายเสียก่อน

วันถัดมาทางหมู่บ้านมีงานบุญใหญ่คืองานถวายผ้าอาบน้ำฝนประจำปี เป็นวันสงกรานต์พอดี ผู้คนในหมู่บ้านออกมาช่วยกันจัดงานต่าง ๆ จนลืมเรื่องการตายของพระเมฆไปสนิท แต่ทุกอย่างก็เป็นไปอย่างปกติ จนกระทั่งเวลาห้าทุ่มเศษ ชาวบ้านต่างก็พากันแยกย้ายกลับบ้านของตน เหลือแต่เพียงวงสุราของคนหนุ่มกลุ่มหนึ่งที่นั่งดื่มเหล้ากันอยู่ ท่ามกลางเสียงพูดคุยกันสนุกสนานของวงเหล้าเล็ก ๆ นั้น ก็มีเสียงหมาหอนขึ้นมาตั้งแต่หน้าหมู่บ้านไล่มาจนถึงวัด จนเสียงเงียบลงกลุ่มคนหนุ่มก็รู้สึกประหลาดใจอยู่แต่ก็ยังรินเหล้าดื่มกันต่อ จนกระทั่งมีคนหนึ่งในวงเหล้านั้นรู้สึกเย็นวูบวาบขึ้นที่ต้นคอ แล้วก็ร้องอวนออกมาทำให้เพื่อนในกลุ่มนั้นโวยวายกันยกใหญ่ ในขณะนั้นก็มีเสียงหนึ่งดังแทรกขึ้นมา "โยมทั้งหลายอาตมาขอบิณฑบาตรเถอะนะ" "ใครวะ! ดึกดื่นขนาดนี้ยังมาขอบิณฑบาตรอีก เป็นพระเป็นเจ้าแดกเหล้าได้ด้วยรึมึง" เสียงคนในวงเหล้าพูดขึ้นมาด้วยความเมา "โยมทั้งหลาย...อาตมาขออโหสิในสิ่งที่พวกโยมได้กระทำลงไปด้วยความคึกคะนอง แต่อาตมาขอบิณฑบาตรในสิ่งที่โยมกำลังผิดที่ผิดทางในวัดนี้เถอะนะ" มีเสียงพูดขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนที่จะมีคนตอบโต้กลับไปว่า "อโหสงอโหสิอะไรวะ มาขอคนอื่นแดกแล้วยังจะพูดดีอีกรึ พวกข้าไม่ถีบให้หน้าหงายก็บุญเท่าไหร่แล้ว" ก่อนที่เสียงนั้นจะเงียบไป และจู่ ๆ บาตรพระก็หล่นลงตรงกลางวงเหล้า เมื่อกลุ่มคนเมาเปิดฝาบาตรออกถึงกับตาสว่างขึ้นมาทันที เพราะในบาตรนั้นมีหัวของพระเมฆที่กำลังจ้องมองพวกเขาด้วยดวงตาสีแดงก่ำ "โอ้ย!! ผีพระเมฆมาหลอกโว้ย!" เสียงคนในวงเหล้าตะโกนออกมา ก่อนที่จะวิ่งหนีแตกกระเจิงไปคนละทิศละทาง ทิ้งไว้แค่เสียงสวดให้ศีลให้พร ตามด้วยเสียงหัวเราะแห้ง ๆ ของพระรูปนั้นดังก้องกังวาลไปทั่วหมู่บ้าน

ตำนานเรื่องนี้มีผู้คนเล่าต่อมาอีกว่าถ้าหากเรายอมให้พระบิณฑบาตรตามที่ท่านขอแล้วนั้นท่านก็จะให้เลขเด็ดที่ก้นบาตร แต่ใครจะกล้ามองลงไปใต้ก้นบาตรของพระรูปนั้นล่ะ

จบไปแล้วนะคะสำหรับเรื่องเล่าผีเรื่องนี้ เป็นเรื่องเล่าผีเฮี้ยน เรื่องเล่าผีไทยที่เป็นตำนานของทางภาคเหนือได้เล่าต่อ ๆ กันมา สำหรับใครที่ชอบเราเล่าเรื่องผีนั้นก็อย่าลืมติดตามต่อในเรื่องต่อไปด้วยนะคะ