นักเลงเก่า

นักเลงเก่า

เรื่องเล่าผีในวันนี้เป็นเรื่องเล่าผีจากประสบการณ์จริง ที่เป็นเรื่องราวของนักเลงเก่าคนหนึ่งที่ได้พบเจอกับประสบการณ์อันเลวร้ายมา เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ไปติดตามกันเลยดีกว่าค่ะ แต่ก่อนจะไปอ่านเรื่องนี้เราขอบอกให้ทุกคนทราบก่อนว่าเราจะใช้ชื่อหนึ่งเป็นนามสมมติ ซึ่งเป็นเจ้าของเรื่องนี้และเรื่องราวที่จะนำมาเล่านั้นก็เป็นประสบการณ์ของพ่อเขาเอง

ย้อนเวลากลับไปเมื่อ 40 กว่าปีก่อน พ่อของหนึ่งนั้นเป็นเด็กช่าง ซึ่งเรียนอยู่ในสถาบันแห่งหนึ่งที่มีชื่อเสียง และหลาย ๆ คนก็พอจะรู้ดีอยู่แล้วว่าเด็กช่างนั้นรักสถาบันของตัวเองมาก บางครั้งที่ยกพวกตีกันก็แค่อยากจะปกป้องสถาบันของตัวเองเพื่อไม่ให้ใครมาดูถูก แต่จริง ๆ แล้วมันก็ยังมีหลายวิธีที่จะพอทำได้ พ่อของหนึ่งเองก็เป็นหนึ่งในกลุ่มนักเลงเหล่านั้น ซึ่งเวลามีเรื่องชกต่อยกันพ่อของหนึ่งนั้นก็มักจะเข้ามาแจมอยู่เสมอ จนใคร ๆ ก็ยกให้พ่อของหนึ่งนั้นเป็นหัวโจก และหลาย ๆ คนนั้นก็คิดว่าพ่อของหนึ่งมีของดีจึงได้แคล้วคลาดและรอดตัวมาได้ตลอด ทั้ง ๆ ที่ฝ่ายตรงข้ามนั้นมักจะมีปืนและมีดด้ามยาวมาตลอด แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรพ่อของหนึ่งได้ จนในที่สุดพ่อของหนึ่งเล่าความจริงที่ไม่น่าฟังสักเท่าไหร่ให้หนึ่งฟังว่า "ถ้าไม่แลกมาด้วยชีวิตต่อชีวิตก็คงไม่รอดมาจนถึงทุกวันนี้หรอก" หนึ่งได้ฟังประโยคนี้แล้วก็มีความรู้สึกว่าเรื่องแบบนี้มันก็ไม่ควรเกิดขึ้น พ่อของหนึ่งเล่าให้หนึ่งฟังว่าทุกครั้งที่มีการปะทะกันส่วนใหญ่ก็มักจะมีคนเสียชีวิต ไม่ฝั่งตรงข้ามก็ฝั่งของพ่อหนึ่ง และนั่นก็คือการแลกด้วยชีวิต ซึ่งหนึ่งบอกว่าเรื่องราวที่จะเล่าให้ฟังต่อไปนี้มันอาจจะฟังดูแล้วไม่น่าเชื่อ แต่เราจะไม่มีทางเชื่ออะไรเลยจนกว่าจะได้เจอกับตัวเอง เพราะแม้แต่ตัวหนึ่งเองก็ไม่ได้เชื่อทั้งหมด ในตอนแรกที่เขาได้ฟังพ่อเล่าเขาก็รู้สึกอึ้งและตกใจบ้าง

พ่อของหนึ่งเล่าให้ฟังว่ามันเป็นเรื่องปกติที่คนในสมัยนั้นมักจะมีของดีติดตัว ไม่ว่าจะเป็นรอยสักหรืออะไรก็ตามที่จะช่วยให้เรานั้นมีอำนาจขึ้นมาทุกคนก็ต้องยอม หลายคนคงรู้กันดีว่าของแบบนี้มันจะให้คุณกับเรา ก็ต่อเมื่อเรานั้นปฏิบัติตามกฏอย่างเคร่งครัด พ่อของหนึ่งเองก็เป็นหนึ่งในนั้นที่เลือกเอาสิ่งเหล่านั้นเข้าตัวเพื่อให้มีพลังอำนาจเหนือคนอื่น แต่ก็ลืมคิดถึงอนาคตของตัวเอง เพราะถ้าเกิดว่าสิ่งเหล่านั้นมันไม่ได้ช่วยให้เรามีพลังอำนาจขึ้นมา มันก็อาจจะไม่สามารถช่วยชีวิตเราได้ และเราก็ต้องยอมรับความจริงกับความตายที่จะเกิดขึ้นให้ได้ เพราะความคึกคะนองจึงทำให้หัวโจกอย่างพ่อของหนึ่งกล้าทำอะไรแบบนั้น ยิ่งเป็นวัยรุ่นในตอนนั้นก็ยิ่งทำให้กล้ากว่าวัยไหน ๆ

ในวันหนึ่งพ่อของหนึ่งก็ได้ชวนเพื่อน ๆ นักเลงของเขาไปหาเรื่องกับอีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งเรียนอยู่ในสถาบันเดียวกัน แต่ก็มีเรื่องบาดหมางกันไม่น้อย ในขณะที่กลุ่มคนอื่น ๆ ที่ไม่ได้เป็นนักเลงพากันกลับบ้านกันหมดแล้ว กลุ่มพ่อของหนึ่งจึงเข้าไปปะทะฝ่ายตรงข้ามทันที แต่ฝ่ายพ่อของหนึ่งนั้นเสียเปรียบ เพราะฝ่ายตรงข้ามนั้นมีอาวุธมาพร้อม แต่กลุ่มพ่อของหนึ่งนั้นไม่มีอาวุธติดมือเลย พอพ่อของหนึ่งเห็นเพื่อนตัวเองถูกแทง เขาก็พยายามที่จะเข้าไปช่วย แต่ก็ช่วยอะไรได้ไม่มาก เพราะฝ่ายตรงข้ามนั้นมีอาวุธเต็มมือไปหมด ในขณะที่คู่อริกำลังจะเอามือแทงพ่อของหนึ่งนั้น เพื่อน ๆ ก็ต่างกันพร้อมใจเป็นฮีโร่วิ่งเข้ามารับมีดที่คู่อริจะแทงพ่อของหนึ่ง หลังจากนั้นคู่อริก็ได้วิ่งหนีไป และปล่อยให้มีดปักคาอกเพื่อนของพ่ออยู่อย่างนั้น ในวันนั้นพ่อของหนึ่งรอดมาได้อย่างกับปาฏิหาริย์ แต่เพื่อนอีกสองคนนั้นก็ได้จากไปอย่างไม่มีวันกลับ มันจึงทำให้เป็นชนวนที่ทำให้เกิดความบาดหมางกันมากขึ้น และเพื่อนของพ่อหนึ่งที่เสียชีวิตไปนั้นก็กลับมาปรากฏในรูปแบบของวิญญาณที่เหมือนจะสื่ออะไรสักอย่าง แต่ก็พูดอะไรไม่ได้

ครั้งที่สองที่มีการยกพวกตีกันนั้นพ่อของหนึ่งถูกสั่งพักการเรียนทันที และถูกขู่ห้ามไม่ให้ออกไปไหนอีก แต่พ่อของหนึ่งนั้นดื้อรั้นตัดสินใจหนีออกไป แต่ก็ไม่รู้ว่าจะไปนอนที่ไหน จึงนอนที่ศาลาริมทางไปก่อน และมันก็เป็นคืนที่พ่อของหนึ่งนั้นทรมานสุด ๆ เพราะวิญญาณของเพื่อนพ่อหนึ่งนั้นติดตามพ่อของหนึ่งมาด้วย ตอนแรกพ่อของหนึ่งนั้นก็ไม่เข้าใจว่าเพราะอะไร จนกระทั่งเพื่อนของพ่อหนึ่งนั้นตายไปแล้วถึง 5 คน และทั้งหมดก็มาในรูปแบบของวิญญาณ และวิญญาณทุกตนก็กลับมาในรูปแบบที่ตัวเองตาย พ่อของหนึ่งตัดสินใจเล่าเรื่องให้กับเพื่อนอีกคนหนึ่งที่ไปลงของด้วยกันฟัง และก็ได้รู้ว่าเพื่อนอีกคนก็ได้เจอวิญญาณนั้นเหมือนกัน เลยตัดสินใจกันไปที่สถานที่ที่ไปลงของมา แต่เมื่อไปถึงกลับกลายเป็นว่าสถานที่แห่งนั้นกลายเป็นสถานที่รกร้างไปเสียแล้ว สุดท้ายทั้งสองคนก็ต้องไปพึ่งที่วัดเพื่อขอเจ้าอาวาสบวช แต่เจ้าอาวาสก็ไม่อนุญาตให้ทั้งสองบวชเพราะบอกว่าสองคนนี้มีกรรมติดตัว และของแบบนี้ถ้าคิดจะเอาเข้าตัวแล้วก็คงเอาออกยากเช่นกัน ถ้าเกิดว่าอนุญาตให้บวชไปก็ไม่ได้ช่วยให้จิตใจนั้นสงบขึ้นอยู่ดี ก่อนที่ทั้งสองคนจะเดินออกจากวัดก็ได้เจอกับลุงแก่ ๆ ทักขึ้น ซึ่งลุงคนนั้นเป็นคนที่ช่วยให้พ่อของหนึ่งหลุดจากบ่วงมาได้ ลุงคนนั้นชื่อลุงกุ๊ก ซึ่งเป็นสัปเหร่อที่มีวิชาอาคมและเล่นสายทางนี้ ไม่ต่างจากพ่อของหนึ่ง เรื่องของเรื่องที่ลุงคนนี้ได้ช่วยพ่อของหนึ่งและเพื่อนนั้นก็เพราะว่าพ่อของหนึ่งและเพื่อนเล่าทุกอย่างให้ลุงฟัง และลุงเองก็บอกว่าถ้าอยากจะแก้ให้มันหลุดก็คงเป็นไปไม่ได้ เพราะของพวกนี้ถ้าตัดสินใจนำเข้าตัวแล้วนั้นเป็นไปได้ยากที่จะเอาออกได้ เพราะมันก็แลกมาด้วยชีวิตต่อชีวิต และคนที่ตายไปนั้นดวงวิญญาณยังไม่ถึงฆาตจึงทำให้มาตามหลอกหลอนอยู่แบบนี้ ลุงกุ๊กได้ให้พระกับพ่อไว้องค์หนึ่งเพื่อคุ้มครองตัวเอง และปล่อยให้กรรมนั้นเบาบางลงเอง แต่มันก็ไม่เป็นอย่างนั้น เพราะพ่อของหนึ่งได้มีเรื่องอีกครั้ง

และครั้งนั้นก็ทำให้รู้ว่าของที่พ่อของหนึ่งเอาเข้าตัวนั้นมันสามารถเอาออกได้ แต่พ่อของหนึ่งรอดมาได้นั้นก็เพราะว่ามีพระที่ลุงกุ๊กได้ให้ไว้ แต่ครั้งนั้นพ่อของหนึ่งและอีกฝ่ายมีเรื่องกันได้ไม่นานตำรวจก็มา ทำให้ทุกคนต่างวิ่งหนีกระเจิงไปหมด และก็มีบางคนที่ลืมของสำคัญเอาไว้จึงรีบวิ่งกลับมาเอา เช่นเดียวกับพ่อของหนึ่งที่ลืมพระเอาไว้จึงรีบวิ่งกลับมาหา และในที่สุดก็เจอ แต่เมื่อคู่อริเห็นพ่อของหนึ่งกลับมาเอาของแล้วนั้นเขาจึงพูดกับเพื่อนว่า "กูเห็นมีคนของพวกมันกลับมาเอาของอะไรบางอย่าง เล่นมันเลยไหม!?" พอพ่อของหนึ่งรู้ตัวก็พยายามหลบหนี แต่ทำอะไรไม่ถูก จึงได้กำพระไว้แน่นและสวดคาถาที่ลุงกุ๊กได้ให้ไว้ หนึ่งบอกว่าเมื่อฟังถึงตรงนี้ที่พ่อเล่าแล้วขนลุกทุกครั้ง เพราะคู่อริที่จะกลับมาทำร้ายพ่อของหนึ่งนั้นกลับมองไม่เห็นอะไร ทั้ง ๆ ที่พ่อของหนึ่งยืนอยู่ตรงหน้า พวกคู่อริแยกกันไปหาคนละทาง จึงทำให้เหตุการณ์ในครั้งนั้นพ่อของหนึ่งรอดมาได้อย่างปาฏิหาริย์และน่าเหลือเชื่อมาก ซึ่งตัวหนึ่งเองก็ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าจริงหรือไม่ แต่หนึ่งเองก็เชื่อครึ่งหนึ่ง เพราะทุกวันนี้พ่อของเขาเป็นคนเคร่งศาสนาและปฏิบัติธรรมมาตลอด จนทำให้แม่ของหนึ่งนั้นทนอยู่ด้วยไม่ได้ และตัวหนึ่งเองก็เกิดมาในตอนที่พ่อแม่ของเขายังไม่พร้อม มันจึงเป็นเรื่องที่อธิบายให้เข้าใจได้ยาก