บ้านป้าบัว

บ้านป้าบัว

เรื่องราวต่อไปนี้เป็นเรื่องเล่าผีเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับอั้มและเพื่อนของเขาอีกคนหนึ่งที่ชื่อเสก ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่ชวนขนหัวลุก เรื่องราวนี้จะเป็นอย่างไรไปอ่านกันเลยค่ะ

เมื่อ 10 ปีที่แล้วอั้มและเสกต้องเดินทางไปทำงานที่ต่างจังหวัดแถวภาคอีสาน ซึ่งเขาทั้งสองคนเป็นนักพัฒนาชุมชน และพวกเขาต้องไปปฏิบัติหน้าที่ในชุมชนแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่อยู่ใกล้ป่า และทางผู้ใหญ่บ้านนั้นก็ได้ให้อั้มและเสกพักอยู่ที่บ้านป้าบัว เพราะป้าบัวนั้นอยู่ที่บ้านคนเดียว และป้าบัวก็เป็นคนใจดีมีน้ำใจที่จะต้อนรับผู้ที่มาปฏิบัติงาน ซึ่งตอนแรกทางผู้ใหญ่บ้านนั้นจะให้อั้มและเสกพักอยู่ที่บ้านพักอีกที่หนึ่ง แต่ว่าบ้านพักนั้นยังสร้างไม่เสร็จ จึงให้ทั้งสองคนนั้นอยู่ที่บ้านป้าบัวไปก่อน เพื่อนของอั้มที่ชื่อเสกนั้นเป็นคนอีสาน ทำให้การสื่อสารกับคนในหมู่บ้านนั้นเข้าใจง่าย ส่วนอั้มนั้นไม่ใช่คนอีสาน และก็ฟังภาษาอีสานไม่ออกจึงอาจจะทำให้การสื่อสารนั้นเข้าใจยากกว่าเล็กน้อย เสกจึงช่วยสื่อสารให้เป็นหลัก

โดยมื้อแรกนั้นป้าบัวได้ทำอาหารให้อั้มและเสกได้กิน ซึ่งป้าบัวมักจะไปหาวัตถุดิบมาจากป่า ไม่ว่าจะเป็นผักหรือเนื้อสัตว์ก็ตาม และเมื่ออั้มได้กินอาหารที่ป้าบัวทำให้กินตอนแรกเขาก็รู้สึกคาว ๆ แต่พอกินบ่อย ๆ เข้าก็ทำให้คุ้นเคยวันต่อมาทางผู้ใหญ่บ้านมาแจ้งว่ามีคนในหมู่บ้านหายตัวไป ซึ่งได้เข้าไปในป่าแล้วก็หายตัวไป โดยปกติแล้วคนในหมู่บ้านนี้เมื่อหายตัวไปแล้ว ส่วนใหญ่ถ้าไปเจอก็จะพบเป็นศพ บางรายก็มาตายที่บ้าน ซึ่งก็ไม่มีใครทราบสาเหตุ และสมัยเมื่อ 10 ปีก่อนนั้นกว่าจะแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบได้ก็ใช้เวลาค่อนข้างนานเลยทีเดียว กว่าคนในหน่วยงานจะรวมตัวกันได้ก็มีความยุ่งยากอยู่พอสมควร จึงทำให้ในสมัยนั้นทำอะไรได้ยาก ป้าบัวเองนั้นก็มักจะเข้าป่าอยู่บ่อย ๆ และในวันหนึ่งเมื่อป้าบัวจะเข้าป่าไปหาของ อั้มและเสกก็มีความรู้สึกเป็นห่วงจึงบอกให้ป้าบัวนั้นระวังตัวด้วย เพราะเป็นห่วงว่าจะมีอันตราย ป้าบัวจึงบอกอั้มกับเสกว่าไม่ต้องเป็นห่วง ถ้าเขาจะเป็นอะไรไปก็คงเป็นเพราะสัตว์นั่นแหละ ป้าบัวเป็นคนชอบพูดติดตลกอยู่บ่อย ๆ จึงทำให้อั้มนั้นฟังแล้วสบายใจขึ้นมาบ้างเล็กน้อย

สองสามวันถัดมาผู้ใหญ่บ้านก็มาบอกอั้มและเสกว่าบ้านพักที่เขาจัดเตรียมให้นั้นเสร็จแล้ว และก็บอกให้ย้ายไปพักที่นั่นได้เลย อั้มและเสกจึงเก็บของเพื่อย้ายไปอยู่ที่นั่น และก่อนจะไปก็ได้ลาป้าบัว ซึ่งอั้มกับเสกบอกกับป้าบัวว่าถ้ามีเวลาว่างก็จะมาหาป้าบัวที่บ้านอีก หลังจากที่อั้มและเสกได้ย้ายไปอยู่ที่บ้านพักนั้นแล้ว ป้าบัวก็มักจะไปหาและทำอาหารให้ทั้งสองคนกินอยู่เสมอ จนทำให้เขาทั้งสองคนนั้นมีความรู้สึกว่าเขาเป็นเหมือนลูกของป้าบัวอีกคน และในช่วงหลัง ๆ นั้นป้าบัวก็ไม่ได้มาแล้ว และก็มีวันหนึ่งที่อั้มกับเสกนั้นไม่ได้ทำงาน ทั้งสองคนจึงตัดสินใจที่จะไปซื้อของในตลาดเพื่อไปทำอาหารกินกันที่บ้านป้าบัว แต่กว่าที่ทั้งสองคนจะซื้อของและไปถึงบ้านป้าบัวนั้นก็ค่อนข้างใช้เวลานานอยู่พอสมควร เพราะด้วยการเดินทางที่ไม่ค่อยจะสะดวกนัก จึงทำให้ไปถึงบ้านป้าบัวในช่วงบ่าย ๆ เกือบเย็นเลยทีเดียว

พออั้มและเสกไปถึงบ้านป้าบัวเขาทั้งสองก็ตะโกนเรียกป้าบัว แต่ก็ไม่มีเสียงป้าบัวตอบรับ แต่อีกสักพักป้าบัวก็เปิดประตูออกมา อั้มและเสกก็บอกกับป้าบัวว่าวันนี้เขาไปซื้อของที่ตลาดเพื่อมาทำอาหารกินกับป้าบัว แต่ป้าบัวนั้นก็ไม่ได้พูดอะไร และเดินเข้าบ้านไปนอน อั้มและเสกจึงคิดว่าป้าบัวนั้นไม่สบาย แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก หลังจากนั้นทั้งสองคนก็ทำอาหาร โดยทำอาหารที่ไม่เผ็ดมากเพื่อให้ป้าบัวนั้นกินด้วยกัน และเมื่ออั้มกับเสกทำอาหารเสร็จแล้ว พวกเขาก็ได้ไปเรียกป้าบัวมากินด้วยกัน และป้าบัวก็มากินข้าวด้วย แต่สีหน้าแววตาป้าบัวนั้นดูเศร้า ๆ และก็กินข้าวได้นิดเดียว ทั้งสองคนจึงบอกให้ป้าบัวนอนพักผ่อน และวันหลังจะมาเยี่ยมอีก

สามวันถัดมาอั้มและเสกก็ได้มาเยี่ยมป้าบัวอีกครั้ง พอพวกเขาเรียกป้าบัวก็ไม่ได้ยินเสียงป้าบัวตอบรับ และก็ไม่เห็นป้าบัวออกมาเปิดประตูด้วย ทั้งสองคนจึงตัดสินใจเข้าไปหาป้าบัวในบ้านด้วยความเป็นห่วง และเมื่อเข้าไปในบ้านแล้วพวกเขาก็เห็นร่างป้าบัวอยู่บนที่นอนที่ไร้วิญญาณแล้ว ซึ่งศพของป้าบัวนั้นมีกลิ่นเหม็นเน่ามาก ๆ ทำให้อั้มนั้นอ้วกออกมา หลังจากนั้นทั้งสองคนก็ได้ไปบอกเรื่องกับทางผู้ใหญ่บ้าน และก็ได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่มาตรวจสอบศพด้วย เมื่อผู้ใหญ่บ้านเห็นศพของป้าบัวแล้วนั้น เขาก็คิดว่าน่าจะตายได้อาทิตย์หนึ่งแล้ว เพราะสภาพศพนั้นอืดมาก แต่อั้มกับเสกก็ไม่คิดแบบนั้น และได้บอกกับผู้ใหญ่บ้านอีกด้วยว่าเขาทั้งสองเพิ่งมากินข้าวกับป้าบัวที่นี่เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา

เมื่อนำศพของป้าบัวไปให้ทางโรงพยาบาลชันสูตรดูแล้ว หมอก็บอกว่าป้าบัวตายได้หนึ่งอาทิตย์แล้ว ทำให้อั้มกับเสกนั้นขนลุกเลยทีเดียว เพราะเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาก็ยังไปกินข้าวกับป้าบัวอยู่เลย ทำให้พวกเขานึกได้ว่าเมื่อตอนที่พวกเขากำลังทำอาหารอยู่นั้นได้มองไปดูป้าบัว และก็เห็นป้าบัวนอนนิ่งอยู่ ซึ่งพวกเขากำลังดูศพนอนอยู่บนที่นอนนี่เอง และที่เห็นป้าบัวมากินข้าวด้วยกันก็อาจจะเป็นเพราะวิญญาณของป้าบัวที่ยังคิดถึงพวกเขาอยู่หลังจากวันนั้นเมื่อพวกเขาผ่านบ้านป้าบัวพวกเขาก็มักจะเห็นป้าบัวยืนยิ้มและโบกมือให้ ซึ่งอั้มนั้นก็ยังคิดถึงป้าบัวอยู่เสมอ แต่ถ้ามาให้เห็นในรูปแบบของวิญญาณนั้นก็ทำให้เขากลัวอยู่เหมือนกัน และอั้มกับเสกก็ได้ไปทำบุญให้กับป้าบัว เพื่อให้วิญญาณของป้าบัวนั้นไปสู่สุขคติ

เป็นยังไงกันบ้างคะ กับเรื่องเล่าผีเรื่องนี้ ซึ่งต้องบอกว่าเป็นเรื่องเล่าผีจากประสบการณ์จริงที่ชวนให้ทุกคนขนหัวลุกกันเลยทีเดียว และก็อยากจะบอกกับทุกคนว่าฝากติดตามเรื่องเล่าผีเรื่องต่อไปด้วยนะคะ ต่อไปจะเป็นเรื่องเล่าแนวไหนทุกคนห้ามพลาด รับรองว่าต้องทำให้คุณได้หลอนอย่างแน่นอนค่ะ