บ้านหลอน

บ้านหลอน

เรื่องราวชวนขนหัวลุกที่เราจะนำมาเล่าต่อไปนี้เกิดขึ้นกับรุจและครอบครัวของเขา ซึ่งก็คือเรื่องเล่าผีจากประสบการณ์จริงของรุจเองค่ะ

เรื่องมันเกิดขึ้นหลังจากที่รุจนั้นได้แต่งงานแล้ว ต่อมาหมวยภรรยาของรุจนั้นก็ได้ตั้งท้อง ช่วงนั้นรุจไม่ค่อยจะมีเงินมากนัก แต่ก็พอมีเงินเก็บอยู่บ้าง รุจและหมวยก็คิดที่จะซื้อบ้าน ทั้งคู่ก็ได้ไปดูบ้านหลังหนึ่ง บ้านหลังนั้นมีห้องนอนที่ถูกใจพวกเขาด้วย และราคาบ้านนั้นก็เป็นราคาที่พวกเขาพอจะสามารถผ่อนได้ รุจและหมวยจึงตัดสินใจที่จะซื้อบ้านหลังนั้น โดยที่ทั้งคู่ก็ไม่ได้คิดว่ามันจะมีเรื่องที่ไม่ดีตามมา

หลังจากสองคนแต่งงานกันแล้ว หมวยเองที่เป็นภรรยาก็ได้ย้ายมาอยู่กับรุจเกือบเดือนหนึ่ง และทั้งสองคนก็ได้ย้ายไปอยู่บ้านหลังที่ซื้อพร้อมกัน พ่อกับแม่ของรุจเองนั้นก็ได้เอาของใช้ที่จำเป็นไปให้ที่บ้าน เพราะตอนที่รุจอยู่คอนโดนั้นก็ไม่ได้มีของอะไรเยอะมาก และพ่อกับแม่ของรุจก็ได้มาค้างอยู่ที่บ้านนั้นด้วย โดยตั้งใจจะมาค้างสักสองสามวันแล้วก็กลับบ้านที่ต่างจังหวัด รุจเองก็สบายใจเพราะภรรยาของเขาจะได้มีเพื่อนด้วย ก่อนที่พ่อแม่ของรุจจะขอตัวกลับนั้นรุจก็ได้ขอร้องให้แม่อยู่ต่อ และให้พ่อกลับไปก่อน แต่พ่อของรุจนั้นรู้สึกไม่สบายใจจึงตัดสินใจอยู่ด้วยอีกคน และในช่วงกลางคืนรุจและพ่อก็ได้นั่งคุยกันอยู่ที่หน้าทีวี และพ่อของรุจก็เอ่ยปากถามรุจว่าทำบุญบ้านหรือยัง เมื่อรุจฟังที่พ่อถามแล้วก็ทำให้นึกขึ้นได้ว่าตั้งแต่ย้ายเข้ามานั้นยังไม่ได้ไหว้พระหรือทำบุญบ้านเลย เพราะมัวแต่วุ่นวายกับอะไรหลาย ๆ อย่าง รุจจึงบอกกับพ่อว่าจะรีบหาฤกษ์ทำบุญบ้านใหม่ แต่พ่อนั้นก็บอกว่าไม่น่าจะทันแล้วเพราะผ่านมาเกือบอาทิตย์หนึ่งแล้ว คำพูดของพ่อทำให้รุจสงสัย แล้วพ่อก็ถอนหายใจกับรุจและยังพูดว่า "เอ็งมาอยู่แล้วไม่ทำบุญให้เขา เขาก็เลยจ้องเอ็ง คิดว่าเอ็งจะมาแย่งที่เขาอยู่" รุจเองที่ได้ฟังก็ขนลุกขึ้นมาทันที เพราะก่อนที่จะซื้อบ้านหลังนี้รุจก็ไม่ได้คิดอะไร และก็ไม่ได้ดูให้ดีก่อน เพราะบ้านหลังอื่นนั้นมีคนซื้อและมาอยู่เกือบหมดแล้ว แต่บ้านที่รุจซื้อนั้นเป็นบ้านที่สร้างเสร็จใหม่แต่ก็ไม่มีคนมาอยู่สักที จนบ้านนั้นดูร้าง แต่พ่อของรุจก็บอกให้รุจนั้นใจเย็น ๆ รุจเองเพิ่งเข้ามาอยู่และพ่อของเขาก็มาอยู่ที่นี่ด้วยมันเลยยังไม่กล้าทำอะไร ซึ่งพ่อของรุจนอกจากจะมีเซนส์แล้วเขายังมีคาถาอาคมอีกด้วย แต่รุจนั้นก็เป็นกังวลเพราะเมียของเขากำลังตั้งท้องอยู่ กลัวว่าจะเป็นอันตราย และในที่สุดก็เกิดข่าวร้าย

บ้านหลอน

แม่ของรุจโทรมาบอกว่าหมวยนั้นลื่นล้มตกบันได ตอนนี้อยู่ที่โรงพยาบาล พอแม่บอกกับรุจแบบนี้รุจจึงเกิดวิตกกังวลเป็นอย่างมาก รุจจึงออกจากที่ทำงานแล้วก็รีบไปที่โรงพยาบาลโดยทันที ซึ่งเมื่อรุจไปถึงโรงพยาบาลก็ได้รู้ว่าลูกในท้องนั้นไม่ได้เป็นอะไร แต่หมวยนั้นต้องนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลหนึ่งคืน และรุจก็ได้ตัดสินใจลางานเพื่อมาเฝ้าหมวย ต่อมาพ่อของรุจนั้นก็ได้บอกกับรุจว่าเขาเห็นผีผลักหมวยตกบันได ตอนแรกผีตนนั้นจะเอามือควักท้องของหมวยแล้วแต่พ่อของรุจนั้นสวดคาถาไล่มันไปก่อน รุจจึงปรึกษากับพ่อว่าควรทำอย่างไรดี พ่อจึงบอกว่าจะหาคนที่มีวิชาอาคมเก่ง ๆ มาช่วย และอย่านำเรื่องนี้ไปบอกแม่กับภรรยา เพราะจะมีคนที่ไม่เชื่อแล้วต่อต้าน จนทำให้พวกสัมภเวสีนั้นได้ใจ

รุจเองก็ได้นัดแนะอาจารย์มาที่บ้านในวันที่เขาหยุดงาน และก็ตรงกับวันที่หมอนัดหมวยพอดี รุจจึงขอให้แม่พาหมวยไปหาหมอ และก็พาอาจารย์มาทำพิธีที่บ้าน ซึ่งอาจารย์คนนี้เขาดูหนุ่มกว่าพ่อของรุจอีก แต่เมื่อพ่อของรุจบอกกับรุจว่าอาจารย์คนนี้อายุ 90 แล้วนั้นรุจถึงกับอึ้งเพราะดูตามกายภาพแล้วเหมือนคนอายุประมาณ 40-50 ปีเท่านั้นเอง

เมื่อพิธีเริ่มขึ้นข้าวของในบ้านบางอย่างก็ได้หล่นลง รวมถึงรูปตอนแต่งงานของรุจและหมวยด้วย พ่อของรุจบอกให้รุจพยายามอยู่นิ่ง ๆ ให้มากที่สุด รอให้ทุกอย่างสงบลงก่อนแล้วค่อยเก็บของ และจู่ ๆ อาจารย์นั้นก็กรีดร้องออกมาเสียงดัง แต่เสียงนั้นเหมือนเสียงของผู้หญิงที่ฟังแล้วแสบแก้วหู อีกสักพักพ่อของรุจก็หันไปดูอาจารย์อย่างจริงจัง และพนมมือสวดคาถาอะไรสักอย่าง รุจเองก็พนมมือตาม และอีกไม่นานอาจารย์นั้นก็มีเลือดไหลออกมาทางจมูก พ่อของรุจจึงช่วยพยุงอาจารย์ไว้ อาจารย์บอกว่าผีตนนั้นจะเอาเด็กในท้องของหมวย ให้หมวยนั้นไปอยู่ในที่อื่นก่อน รุจจึงตัดสินใจนำเงินที่เก็บไว้เพื่อซื้ออุปกรณ์ให้ลูกออกมาใช้เพื่อเช่าห้องให้หมวยอยู่ก่อนชั่วคราว โดยให้เหตุผลกับภรรยาของตัวเองว่าจะมีการตกแต่งทาสีบ้านเพิ่ม และไม่อยากให้หมวยนั้นได้กลิ่นสี เพราะมันจะไม่ดีต่อลูก หมวยเองก็ยอมทำตามที่รุจบอก และรุจก็ได้ขอให้แม่นั้นอยู่เป็นเพื่อนรุจด้วยเช่นกัน

และวันต่อมาพ่อของรุจบอกว่าต้องไปทำธุระที่ต่างจังหวัดก่อน แล้วจะรีบกลับมาเคลียร์เรื่องทุกอย่างให้ และในคืนนั้นรุจก็ต้องนอนอยู่บ้านคนเดียว รุจตัดสินใจนอนข้างล่างเพราะรู้สึกกลัวจึงไม่กล้าไปนอนข้างบน เมื่อรุจนอนหลับได้สักพัก จู่ ๆ ก็มีเสียงคนหายใจหอบหืดขึ้นมา และเมื่อรุจลืมตาขึ้นมาดูก็ได้เห็นร่างสัมภเวสีสีดำตาปูด ๆ และก็แลบลิ้นยาว ๆ กำลังแหงนหน้าจ้องมองหน้าเขาอยู่ รุจตัวแข็งทื่อ เพราะเป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นผีจะ ๆ และเขาก็พยายามหลับตาปี๋แต่ก็ยังได้ยินเสียงหายใจหอบหืดนั้นอย่างชัดเจนอยู่ ก่อนที่มันจะเปลี่ยนเป็นเสียงหัวเราะแทน รุจก็ได้แต่สวดมนต์ภาวนาอยู่ในใจ เพราะความที่รุจกลัวผีมาก ๆ จึงทำให้เริ่มสติหลุด

ในสัปดาห์ต่อมาพ่อของรุจก็กลับมาเขาเห็นสภาพของรุจแล้วก็อดเป็นห่วงไม่ได้ เพราะรุจนั้นเจอผีแทบทุกคืนและก็แทบจะไม่ได้พักผ่อนเลย บางทีก็รู้สึกแน่นที่หน้าอกและจุกที่ท้อง พ่อของรุจบอกว่าให้ลางานแล้วมาอยู่บ้าน เดี๋ยวตั้งศาลเจ้าที่ใหม่แล้วคงจะดีขึ้น และพ่อของรุจก็จะอยู่เป็นเพื่อนด้วย พ่อของรุจกลับมาเหมือนอะไรจะดีขึ้น แต่กลับกลายเป็นว่ายิ่งหนักไปกว่าเดิม เพราะผีนั้นตามมาหลอกหลอนไม่หยุด จนพ่อของรุจทนไม่ไหว และก็ได้ตัดสินใจไปที่วัดใกล้บ้านเพื่อขอสายสิญจน์มาไว้ในที่นอนเพื่อไม่ให้ผีนั้นตามมาทำอะไรได้

สองวันต่อมาที่มีการทำบุญบ้านพร้อมกับตั้งศาลเจ้าที่ใหม่ก็ผ่านไปได้ด้วยดี ซึ่งในวันนั้นแม่และหมวยก็ได้มาร่วมพิธีด้วย และในเวลาต่อมาหมวยก็มีอาการเหมือนถูกผีเข้า หมวยเอามือทุบไปที่ท้องของตัวเอง พ่อของรุจจึงนำพระที่ติดตัวอยู่มาคล้องคอหมวย จนหมวยนั้นเริ่มผ่อนคลายลง และพระรูปหนึ่งก็พูดกับทุกคนว่า "มันยอมแล้วแหละโยม แต่ก็ขอให้ได้ทำบาปจนถึงที่สุด" พอทุกคนพาหมวยไปที่โรงพยาบาลแล้วนั้นจึงรู้ว่าหมวยได้แท้งลูกไปแล้ว รุจจึงเข้าใจแล้วว่าที่พระรูปนั้นพูดหมายความว่าอย่างไร เพราะมันทำบาปจนถึงที่สุดจริง ๆ

หลังจากนั้นมาครอบครัวของรุจก็ได้ใช้ชีวิตกันอย่างสงบสุข และรุจเองก็ได้ตั้งศาลขึ้นมาให้กับลูกคนแรกของเขา และต่อมาเขากับหมวยก็ได้มีลูกคนที่สอง แต่เขาก็ต้องทำตามที่อาจารย์ท่านนั้นบอก นั่นก็คือต้องทำบุญบ้านในทุกปีและให้ทานคนหนึ่งครั้ง ถือว่าทำบุญไล่สิ่งชั่วร้ายหรือสิ่งที่ไม่ดีออกไปจากชีวิต

อ่านจบไปแล้ว เป็นอย่างไรกันบ้างคะ เรื่องราวนี้เป็นเรื่องเล่าผีเรื่องจริงที่ได้เตือนสติทุกคนว่าก่อนจะเข้าไปอยู่อาศัยที่บ้านนั้น เราควรทำบุญบ้านก่อนเพื่อเป็นการให้เกียรติและบอกให้เจ้าที่รู้ว่าเรานั้นมาดี ต้องการมาอยู่อาศัยไม่ได้มีเจตนาที่จะมาทำร้ายใคร