ผิดคำพูด

ผิดคำพูด

อย่ารับปากถ้าจะ ผิดคำพูด

ผิดคำพูด เรื่องราวที่ดิฝ้ายจะเล่าต่อไปนี้ เป็นเรื่องราวที่บอกเล่าต่อ ๆ กันมาในครอบครัวของแฟนดิฝ้าย ซึ่งเป็นเรื่องของผีโรงหรือผีบรรพบุรุษ แต่ละครอบครัวจะมีไม่เหมือนกัน บางครอบครัวก็มี บางครอบครัวก็ไม่มีซึ่งโดยปกติแล้วดิฝ้ายเป็นคนไม่ค่อยเชื่องเรื่องพวกนี้สักเท่าไร เรื่องผีๆ สางๆแต่พอได้เจอกับผีโรงแล้ว ก็ทำให้ดิฝ้ายเชื่อมาโดยตลอด เพราะว่าสิ่งที่เราไม่เห็นก็ไม่ได้หมายความว่ามันไม่มีอยู่จริงแฟนของดิฝ้าย ชื่อ นาจ เขาเป็นคนอีสาน ส่วนตัวดิฝ้ายเองเป็นคนใต้เราบังเอิญได้เจอกัน ตอนที่ดิฝ้ายย้ายมาอยู่จังหวัดเดียวกับ นาจ ตอนแรกทุกอย่างก็เป็นไปตามปกติธรรมดา เราก็คบกัน เรียนรู้กันให้รู้จักกันมากขึ้นเราก็ศึกษาวัฒนธรรมต่างภาคกันอย่างเข้าอก เข้าใจจึงทำให้เราปฏิบัติให้กันและกันอย่างเข้าอกเข้าใจเวลาผ่านไปเร็วมาที่เราคบกัน ซึ่งปีนั้นฝ้ายจำได้ดีเพราะมันเข้าสู่ปีที่ 3 แล้วคืนนั้นเป็นคืนที่ถัดจากวันเกิด นาจ มาเพียงหนึ่งคืนและ ฝ้ายก็ออกมาทำงานที่ต่างจังหวัดเราก็ได้โทรคุยกันในช่วงหัวคำ นาจ บอกกับฝ้ายว่าเขารู้สึกไม่ค่อยสบายอีกทั้งหายใจไม่ค่อยออกฝ้ายเลยบอกให้เขาไปหาหมอ เขาก็ไม่ยอมไปฝ้ายเลยคะยั้นคะยอให้เขาไปให้ได้ นาจเองก็รับปากว่าเขาจะไป

หลังจากนั้นก็วางสายไปคะ เวลาผ่านไปถึง 4 ทุ่มกว่าๆแล้วฝ้ายก็ยังไม่ได้รับข้อความ หรือโทรกลับใดๆ จาก นาจเลยฝ้ายเป็นกังวนมาก ฝ้ายเลยโทรหา นาจ หลายต่อหลายสายและส่งข้อความไปหาอีกหลายครั้งก็ไม่มีการตอบรับใดๆ กลับมาเลยฝ้ายจึงต้อง ฝ้ายจึงจำเป็นโทรไปหาแม่ของ นาจ ทั้งที่ไม่ค่อยอยากจะโทรสักเท่าไรเพราะแม่ของนาจ แกไม่ค่อยชอบฝ้ายถึงแม้ว่าจะโทรหาแม่ของ นาจ ติดแต่ก็ไม่มีคนรับสายอยู่ดี ทำให้ฝ้ายคิดไปเองทันทีว่าต้องเกิดเรื่องอะไรขึ้นแน่ๆ ฝ้ายเลยตัดสินใจขับรถกลับจากต่างจังหวัดทันทีจริงๆแล้วฝ้ายต้องกลับพรุ่งนี้ ฝ้ายมาถึงที่บ้านของนาจก็เกือบเช้าแล้วและฝ้ายก็ไม่เจอใครที่บ้านเลยคะ ฝ้ายพยายามกดกริ่งที่หน้าบ้าน และเรียก นาจ แต่ก็ไม่มีใครตอบกลับจนมีคุณป้าข้างบ้าน ซึ่งนาจเคยบอกฝ้ายอยู่เหมือนกันว่าเป็นบ้านของญาติเขาเองมาทำอะไรหรอนางหนู! หนูมาหานาจ คะนาจอยู่ไหมคะ ป้าคนนั้นก็มองฝ้ายด้วยสายตาแปลกๆ ก่อนจะขมวดคิ้วแล้วส่ายหน้าให้ฝ้ายและพูดว่า ไม่อยู่หรอกเค้าไปวัดกัน!พอได้ยินคำว่าวัด ใจฝ้ายก็ก็ล่มไปอยู่ที่พื้นทันที และป้าเองก็คงสังเกตเห็นอาการของฝ้ายเลยรีบพูดต่อ เพื่อไม่ให้ฝ้ายคิดไปไกลกว่านี้ ไม่ได้มีคนตาย แต่น่าจะมีผีเข้า!ถึงไม่ได้มีคนตายแต่คำว่าผีเข้าก็ทำเอาฝ้ายอึ้งไม่ต่างกันคะ ฝ้ายยังไม่ทันได้ถามอะไรต้อป้าก็เดินกลับเข้าบ้านไป

ผิดคำพูด

ฝ้ายเดินกลับขึ้นรถไป กะว่าจะนอนพักสายตาระว่างรอทุกคนกลับมาบ้านแต่พอขึ้นรถมาได้ไม่นานยังไม่ถึง 10 นาที ด้วยซ้ำรถของนาจก็ขับเข้ามาจอดที่หน้าบ้าน ฝ้ายเลยรีบลงไปหาแม่ของนาจ กำลังพยุงนาจลงจากรถก็หันกลับมามองฝ้ายด้วยสีหน้า ที่ไม่ค่อยพอใจนักฝ้ายยกมือไหว้แม่ นาจ ก่อนจะพูดทักทาย สวัสดีคะคุณน้า สบายดีหรือเปล่าคะนาจเป็นอะไรหรอคะ! แม่ของนาจไม่ได้พูดอะไร ฝ้ายเลยช่วยเข้าไปพยุงนาจ แต่จู่ๆ นาจก็ดิ้นไม่ยอมให้ฝ้ายแตะตัว ปล่อยกู ปล่อยกู ! นาจดิ้นแรงมากฝ้ายโดนเขาผลักออกไปให้อยู่ห่างๆอย่างแรง จนล้มลงด้วยมือเดียวของ นาจฝ้ายข่อนข้างตกใจอยู่เหมือนกันคะ แล้วก็ทำอะไรไม่ถูก ป้าข้างบ้าน ก็ออกมาช่วยจับนาจอีกแรงป้าพูดว่า มันยังไม่หายอีกหรอเอง! แม่ตอบว่ายังเลยสงใสต้องพาไปหาหลวงพ่ออีกรอบ!ป้าข้างบ้านก็หันมามองฝ้าย ก่อนจะใช้ฝ้ายไปรับหลวงพ่อมา หนูไปนิมนต์ หลวงพ่อมาเดียวนี้เลยนะ! พอพูดจบป้าแกก็ตะโกนเรียกหลานให้ออกมาช่วยพานาจเข้าไปในบ้านฝ้ายยืนมองดูด้วยความตกใจ สติไม่อยู่กับเนื้อกับตัวกว่าจะรวบรวมสติได้ว่าต้องทำอะไรบ้างก็หลายนาทีเหมือนกัน ฝ้ายขับรถออกมาจากบ้านของนาจโดยที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าวัดอยู่ที่ไหนอาใสถามทางจากชาวบ้านที่เริ่มตื่นนอนกันแล้ว เมื่อฝ้ายไปถึงวัดก็เห็นพระออกมาบิณฑบาตรพอดีฝ้ายเลยรับลงไปถามว่าหลวงพ่อท่านอยู่ที่ไหน มีพระรูปหนึ่งบอกว่าหลวงพ่อท่านออกไปบิณฑบาตรก่อนแล้ว ถ้ารีบตามไปก็หน้าจะเจอเพราะคงเดินไปไม่ได้ไกลเท่าไร ฝ้ายรับขึ้นรถไปแล้วขับไปตามทาง ก็เจอกับหลวงพ่อที่เดินกับเด็กวัดคนหนึ่งพอกลับมาถึงบ้านของนาจเวลาก็เริ่มเช้าแล้ว ฝ้ายรีบพาหลวงพ่อเข้าไปที่บ้านนาจทันทีในตอนนั้นฝ้ายยังเห็นนาจดิ้นไปมาไม่ยอใหยุดแขนที่ถูกจับเอาไว้ก็เต็มไปด้วยจ้ำสีแดงจากคนที่มาช่วยกันจับเพื่อไม่ให้นาจดิ้นแรงไปกว่านี้หลวงพ่อพูดว่า ยังไม่ไปอีกหรือโยม !

นาจตอบว่า กูไม่ไปกูจะเอามันไปอยู่ด้วย!นั้นเป็นเหตุการณ์ที่ฝ้ายไม่คิดไม่ฝันมาก่อนว่าจะได้เจอกับตัวเอง นุช ออกจากน้องเถอะลูก!อยู่ดีๆแม่ของนาจก็พูดขึ้นมา ฝ้ายเองก็เคยได้ยินเรื่องอขงพี่นุชมาบ้างนาจเลยเล่าให้ฝ้ายฟังว่า พี่นุชเป็นลูกพี่ลูกน้องของนาจ ซึ่งเสียไปนานแล้วแต่ด้วยความที่พี่นุชกับนาจสนิทกันมากพี่นุชเลยมักจะมาอาใสนาจ เพื่อสื่อสารกับคนในครอบครัวอยู่เสมอ แต่พี่นุชไม่เคยเข้ามาในรูปแบบการเข้าสิงแบบนี้ตอนแรกที่นาจเล่าให้ฝ้ายฟัง ฝ้ายเองก็ไม่ค่อยเชื่อเท่าไรนักแต่พอเจอด้วยตัวเองแบบนี้ ฝ้ายก็เชื่ออย่างสนิตใจเลยคะ กูไม่ใช่นุช กูไม่ใช่!ทุกคนที่อยู่ที่ นั้นต่างหันมามองกัน และ ตกใจไม่ต่างกัน โยมเป็นใครแล้วต้องการอะไรหละ! ในตอนนั้นที่มีแต่ หลวงพ่อเท่านั้น ที่พูดอย่างใจเย็น และ มีท่าทางสงบ นิ่งอย่างเห็นได้ชัดเรื่องของเจนนั้นฝ้ายไม่เคยรู้มาก่อนจนกระทั้งนาจจากไป ฝ้ายเองก็ไม่ค่อยอยากจะเชื่อเลย ว่านาจจะแบ่งใจให้ใครอีกคนทั้งๆที่ฝ้ายก็ดีกับเขามากแต่คงเป็นเพราะความใกล้ชิตจึ่งทำให้คนเราเผลอใจกันได้และเมื่อนาจเปลี่ยนใจจากฝ้ายไปกะทันหันแล้วผีโรงก็คงจะเกลียดชัง และโกรธมากหากใครที่กราบไว้เป็นคนไม่ซื่อสัตย์กับความรักท่านก็จะตามมาเอาชีวิตทั้งคนที่ไม่ซื่อสัตย์และคนที่มาทำให้ความรักคนอื่นพังลง