ผู้ป่วยข้างเตียง

ผู้ป่วยข้างเตียง

เรื่องราวที่จะมาเล่าเรื่องผีในวันนี้เป็นเรื่องเล่าจากประสบการณ์จริงของคุณแอน เรื่องราวก็มีอยู่ว่าคุณแอนนั้นได้พักเข้ารับการรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดทางภาคอีสาน โดยคุณแอนได้ไปตรวจร่างกายประจำปีกับสามีของเธอ ใช้เวลาอยู่โรงพยาบาลเกือบครึ่งวัน ซึ่งผลการตรวจนั้นก็ออกมาว่าสามีของคุณแอนนั้นปกติดี แต่ตัวคุณแอนนั้นตรวจพบก้อนเนื้อในบริเวณช่องท้อง และพอเธอทราบผลแล้วก็รู้สึกไม่สบายใจเป็นอย่างมาก และได้ปรึกษากับสามีก่อนที่จะตัดสินใจผ่าตัดกับทางโรงพยาบาลในอีกสองวันถัดมา

เตียงที่อยู่ข้างๆ มีอะไร...

คุณแอนนั้นกังวลกับการผ่าตัดครั้งนี้มาก จนร้องไห้กับสามี และได้ขอให้สามีอยู่เฝ้าและจองห้องผู้ป่วยส่วนตัวให้เธอ หลังจากผ่าตัดไปแล้วเกือบ 2 ชั่วโมง เธอก็รู้สึกเจ็บแผลเป็นช่วง ๆ และพอรู้ตัวอีกทีเธอก็สังเกตเห็นว่าเธออยู่ในห้องผู้ป่วยรวม ทำให้เธอนั้นโวยวาย เพราะเธอกลัวจะติดเชื้อเลยต้องการอยู่ห้องส่วนตัว เนื่องด้วยโรงพยาบาลแห่งนี้ไม่ได้ใหญ่โตอะไร จึงสำรองห้องให้ไม่เพียงพอ คุณแอนจึงต้องจำใจอยู่ โดยส่วนตัวก็ไม่ได้ชอบโรงพยาบาลอยู่แล้ว เพราะเธอนั้นกลัวผี

เมื่อจัดแจงทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว สามีของแอนจึงขอตัวกลับไปทำงานต่อ และบอกว่าจะกลับมาเฝ้าอีกครั้งประมาณ 2 ทุ่ม ดีที่ห้องผู้ป่วยที่คุณแอนอยู่นั้นมีคุณป้าที่นอนรักษาตัวอยู่ฝั่งตรงข้าม โดยมีคุณลุงสามีของคุณป้าที่ชื่อลุงมั่นมาเฝ้าข้าง ๆ พอช่วง 1 ทุ่มเศษ ๆ สามีของคุณแอนก็กลับมาเฝ้าคุณแอนอีกครั้ง ตลอดทั้งคืนนั้นคุณแอนเธอนอนไม่ค่อยหลับ จนกระทั่งมองเห็นเด็กผู้หญิงร่างเล็กคนหนึ่งอยู่ที่เตียงข้าง ๆ โดยเด็กคนนั้นก็กำลังจ้องมองมาที่คุณแอนเช่นกัน แอนถึงกับตกใจ เพราะตั้งแต่เข้ามาก็เห็นแค่ลุงกับป้าสองคน ไม่เห็นคนอื่นเลย โดยสามีของคุณแอนนั้นหลับไปแล้ว แต่คุณแอนนั้นนอนไม่หลับจึงตัดสินใจที่จะลองคุยกับเด็กคนนั้น จนสองคนได้คุยกัน และก็ได้รู้ว่าเด็กผู้หญิงคนนี้ชื่อน้องออย เธอมารักษาตัวเพราะประสบอุบัติเหตุขาพลิก และน้องออยยังบ่นอีกว่าหิวข้าว และอยากกลับบ้าน คุณแอนจึงถามถึงพ่อแม่ของน้องออย จึงได้ความว่าสามวันมานี้ไม่มีใครมาเยี่ยมเธอเลย และเธอก็ตัดพ้อกับคุณแอนว่าพวกเขาคงลืมเธอไปแล้ว ด้วยความสงสารคุณแอนจึงพูดปลอบใจน้องออย

ผู้ป่วยข้างเตียง

เมื่อพยาบาลคนนั้นกลับไปทำงานต่อคุณแอนเธอก็ฉวยโอกาสนี้ถามน้องออยเกี่ยวกับพยาบาลคนนั้น โดยคุณแอนก็ได้ทราบว่าพยาบาลคนนั้นชื่อมะลิ น้องออยเล่าให้คุณแอนฟังว่าตั้งแต่มาอยู่โรงพยาบาลนี้ก็มีแต่คุณมะลินี่แหละที่คอยดูแลเทคแคร์ และมาเล่นด้วยทุกวันเลย แต่คุณแอนก็ไม่ได้เก็บมาใส่ใจอะไร จนกระทั่งเย็นวันนั้นสามีของคุณแอนโทรมาบอกว่าไม่ได้มาเฝ้าคุณแอนแล้ว เพราะแม่ของเขาเข้าโรงพยาบาล คืนนั้นคุณแอนจึงอยู่กับน้องออยและป้าอีกคนที่อยู่บนเตียงฝั่งตรงข้าม ส่วนสามีของป้านั้นไม่อยู่ คงไปทำธุระ

ขณะที่คุณแอนและน้องออยคุยกัน ฝนก็ตกลงมาทำให้บรรยากาศเย็นสบายน่านอน จนกระทั่งคุณมะลิเปิดประตูเข้ามาทำให้บรรยากาศในห้องนั้นเปลี่ยนไป โดยคุณมะลิเดินมาที่เตียงของน้อยออยพร้อมกับกระซิบอะไรบางอย่างข้างหูน้องออย และท่าทางของน้องออยนั้นก็ดูเหมือนดีใจ พอคุณมะลิเดินออกไปจากห้องแล้วคุณแอนจึงแกล้งถามน้องออยว่า "พ่อแม่มารับแล้วเหรอ...จะได้กลับบ้านแล้วใช่ไหม?" น้องออยนั้นส่ายหัว และบอกกับคุณแอนว่าพี่มะลิจะพาหนูไปเล่นด้วย ถ้าหนูทำตัวดี ๆ อยู่แต่ในห้องนี้เขาจะพาหนูไปอยู่ด้วย คุณแอนจึงรู้สึกแปลก ๆ จนกระทั่งน้องออยพูดประโยคหนึ่งขึ้นมาทำให้คุณแอนนั้นถึงกับสะดุ้ง โดยน้องออยพูดว่า "ป้าแอนรู้ไหมว่าพี่มะลิเขาตายแล้วนะ" คุณแอนนั้นตัวชาไปหมด ทำอะไรไม่ถูก เพราะไม่คิดว่าน้องออยจะพูดอะไรแบบนี้ และน้องออยก็ยังยืนยันในสิ่งที่เธอพูดว่าเป็นความจริงที่คุณมะลิตายแล้ว แต่เขายังไม่รู้ตัว คุณแอนจึงถามกลับด้วยความประชดว่า "แล้วหนูรู้ได้ไงว่าพี่เขาเป็นผี ตัวเองก็เป็นผีด้วยหรือไง!?" น้อยออยยิ้มแล้วพูดเบา ๆ กับคุณแอนว่า "แล้วป้าคิดยังไงล่ะคะ?" พอได้ยินอย่างนี้แล้วทำให้คุณแอนขนลุกสู้อีกครั้ง

รุ่งเช้าคุณแอนก็ได้ย้ายไปอยู่ห้องส่วนตัวตามที่เคยขอไว้กับทางโรงพยาบาล และเธอก็ได้ถามพยาบาลหลายคนจนได้รู้ว่ามีตำรวจและพ่อแม่ของน้องออยมาที่โรงพยาบาล พวกเขาบอกว่าได้พาน้องออยมารักษาตัวอยู่ที่นี่แต่พอตอนกลับก็หาตัวน้องออยไม่เจออีกเลย แล้วพอวันนี้ทางโรงพยาบาลได้ติดต่อให้มารับน้องออย และคุณแอนก็ยังถามพยาบาลอีกว่ามีนางพยาบาลที่ชื่อมะลิไหม พยาบาลคนนี้จึงบอกกับคุณแอนว่าคุณมะลิได้ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์และได้เสียชีวิตไปได้ 7 วันแล้ว ทำให้คุณแอนนั้นตกใจมาก เพราะที่ผ่านมานั้นเธอเห็นมะลิปฏิบัติหน้าที่ของเธอมาโดยตลอด ถึงแม้ว่าจะเสียชีวิตไปแล้วก็ตาม