ยายเจียงหวงสวน

ยายเจียงหวงสวน

เรื่องเล่าผีต่อไปนี้เป็นเรื่องเล่าผีจากประสบการณ์จริงของน้ำขิง ซึ่งครอบครัวของน้ำขิงนั้นมีอาชีพขายผลไม้ และในวันหนึ่งตาของน้ำขิงนั้นได้เสียชีวิตด้วยโรคชรา ยายเจียงซึ่งเป็นยายของน้ำขิงจึงต้องอยู่คนเดียว ซึ่งปกติแล้วยายเจียงก็จะอยู่กับตาที่สวนผลไม้ของเขา แต่เมื่อตาของน้ำขิงเสียชีวิตไปยายเจียงก็เลยต้องอยู่คนเดียว โดยแม่ของน้ำขิงก็ได้ชวนให้ยายเจียงมาอยู่ด้วยกันแล้ว แต่ยายเองก็ไม่ยอมเพราะแกรักสวนของแกมาก จนในที่สุดพ่อแม่และตัวน้ำขิงเองจึงต้องย้ายเข้ามาอยู่ที่สวนเป็นเพื่อนยาย เพราะแม่ของน้ำขิงเองก็เป็นลูกคนเดียวของยายเจียง

เรื่องเล่าผี

สวนของยายเจียงนั้นมีทั้งผลไม้ที่ออกผลตามฤดูกาล และก็ผลไม้หมักดอง ยายเจียงรักสวนของตัวเองมากเพราะกว่าที่เขาจะมีวันนี้ได้นั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก่อนเขาและตาของน้ำขิงนั้นช่วยกันแบกหามผลไม้ขายจนได้ทุนมาเปิดสวนและขายผลไม้เป็นของตัวเอง และยายเจียงก็มักจะว่าพ่อของน้ำขิงนั้นขี้เกียจ ชอบอู้งาน และก็ชอบบ่นใส่พ่ออยู่บ่อย ๆ แต่ตอนเย็นที่กินข้าวด้วยกันนั้นยายเจียงจะไม่ค่อยบ่น แต่จะชอบเอาแต่ใจตัวเอง และก็ว่าแม่ชอบตามใจพ่อ บางทียายเจียงก็น้อยใจแล้วก็ไม่กินข้าว และไปนอนที่เตียงที่กางมุ้งไว้ของตัวเองเลยวันต่อมาพ่อของน้ำขิงก็ขับรถไปส่งน้ำขิงที่หน้าถนนใหญ่ เพราะน้ำขิงนั้นบอกว่าจะไปเล่นสงกรานต์กับเพื่อน ช่วงนั้นเป็นช่วงวันสงกรานต์คนงานในสวนหลายคนก็ได้ขอลากลับบ้าน จึงทำให้คนงานในสวนนั้นเหลือเพียงไม่กี่คน และพ่อของน้ำขิงก็ต้องทำงานหลายอย่างช่วยคนงาน

ยายเจียงหวงสวน

พอน้ำขิงเล่นสงกรานต์เสร็จเธอก็ได้กลับมา และได้เห็นพ่อกับยายนั้นทะเลาะกัน เรื่องของเรื่องก็คือก่อนหน้าที่น้ำขิงจะมาถึงนั้น มีลูกค้ามาขอซื้อมะม่วงดอง แต่พ่อของน้ำขิงบอกลูกค้าว่ายังไม่ได้ตักมาไว้ขายเลย ยังอยู่ในบ่ออยู่เลย พอยายเจียงรู้เรื่องเข้าก็เดินมาต่อว่าพ่อของน้ำขิงว่า "ทำไมไม่ไปตักมาล่ะ คิดแบบนี้มันก็ไม่รวยสักทีหรอก" หลังจากนั้นพ่อของน้ำขิงจึงบอกให้คนงานในสวนไปตักมะม่วงดองที่อยู่ในบ่อที่ฉาบด้วยปูนซีเมนต์ คนงานจึงตักมะม่วงดองและก็ได้ขายให้กับลูกค้า แต่ยายเจียงก็มาบอกอีกว่าทำไมไม่ตักออกให้หมดแล้วปิดฝา มันเหลือถึงแค่ก้นบ่อเอง ตักออกมาขายให้หมดแล้วค่อยล้างอ่างด้วยเลยทีเดียว พ่อของน้ำขิงจึงเริ่มทนไม่ไหวก็ได้เถียงยายเจียงกลับว่าต้องเปิดฝาทิ้งไว้ก่อนเพื่อไล่แก๊สออก ก่อนที่จะบอกให้คนงานนั้นไปตักมะม่วงดองออกให้หมด แล้วค่อยทำความสะอาด แต่กว่าจะตักมะม่วงดองออกหมดแล้วมาล้างบ่อนั้นก็ใช้เวลาอยู่พอสมควร

พอตกเย็นพ่อของน้ำขิงจึงสั่งให้คนงานนั้นปิดบ่อไว้ก่อน ค่อยมาล้างทำความสะอาดในวันพรุ่งนี้เช้า และเมื่อคนงานเห็นน้ำขิงจึงฝากให้น้ำขิงบอกพ่อว่าเขาปิดฝาบ่อให้เรียบร้อยแล้ว และในเย็นนั้นทุกคนก็มากินข้าวด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตา ทั้งคนงานเองก็มากินข้าวที่บ้านด้วย แต่กลับไม่เห็นยายเจียงมากินข้าวด้วยกัน แต่ทุกคนก็ไม่ได้คิดอะไรเพราะคิดว่ายายเจียงคงน้อยใจตามประสาของคนแก่ และคิดว่าเข้านอนไปแล้ว

ในช่วงตอนกลางคืนน้ำขิงก็ได้ลงมาเข้าห้องน้ำข้างล่าง เขาก็มองไปที่เตียงนอนของยายเจียงและเห็นยายเจียงนั่งอยู่ในมุ้งเหมือนกำลังคิดอะไรสักอย่าง และต่อมายายเจียงก็หันมาหาน้ำขิง น้ำขิงจึงทักยายว่า "ยังไม่นอนอีกเหรอยาย?" แต่ยายเจียงก็ไม่ได้ตอบอะไร หลังจากนั้นน้ำขิงก็ขึ้นไปนอนที่ห้องของตัวเอง

ยายเจียงหวงสวน

ในเวลาตีห้าน้ำขิงก็ตื่นขึ้นมาแล้วก็ดูนาฬิกา น้ำขิงคิดว่าเวลานี้พ่อกับแม่คงลงไปทำงานในสวนแล้ว เขาจึงตัดสินใจที่จะนอนต่อ แต่ยังไม่ได้ล้มตัวลงนอนเลยเขาก็ได้ยินเสียงคนกำลังเดินมา น้ำขิงมองตามเสียงและก็ได้เห็นเงาคนนั้นอยู่ที่หลังประตู แต่ก็ไม่มีใครเข้ามา อีกสักพักก็ได้ยินเสียงประตูเปิดแต่เป็นเสียงที่หลอนและชวนให้กลัวมาก น้ำขิงจึงเอาผ้าห่มคุมตัวเองเพราะรู้สึกกลัว จนกระทั่งได้ยินเสียงแม่เรียกอยู่ชั้นล่าง น้ำขิงก็โล่งอกเมื่อได้ยินเสียงแม่ของตัวเอง แต่น้ำขิงเองก็ไม่ได้เล่าเรื่องก่อนหน้านั้นให้แม่ฟัง

หลังจากนั้นพ่อของน้ำขิงก็ไปส่งน้ำขิงให้ไปเล่นสงกรานต์อีกครั้ง จนกระทั่งน้ำขิงเล่นสงกรานต์เสร็จและเขาก็ได้กลับบ้าน พอกลับไปถึงที่บ้านเขาก็ได้เห็นแม่ของเขากำลังยืนร้องไห้และโวยวายอยู่ ส่วนพ่อก็กำลังคุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ น้ำขิงตกใจก็เลยรีบวิ่งไปหาพ่อกับแม่ และต่อมาเขาก็ได้เห็นรถมูลนิธิ ฯ พร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่กำลังหามศพของยายเจียง ซึ่งใบหน้าของยายเจียงนั้นอืดและเขียวไปหมด เพราะยายเจียงได้ตกบ่อดองมะม่วงตั้งแต่ตอนเย็นของเมื่อวานแต่ไม่มีใครรู้ พ่อของน้ำขิงเองก็ไม่รู้จึงบอกให้คนงานปิดฝาไว้ก่อน ซึ่งตำรวจก็ได้ให้พ่อแม่ของน้ำขิงและคนงานนั้นไปให้ปากคำที่สถานีตำรวจ พ่อของน้ำขิงเล่าให้ตำรวจฟังว่าเมื่อตอนเย็นของเมื่อวานนั้นเขาได้ให้คนงานไปตักมะม่วงดองออกจากบ่อให้หมด แล้วก็จะให้ทำความสะอาด แต่เมื่อเขาเห็นว่ามันเย็นแล้วจึงตัดสินใจให้คนงานปิดฝาบ่อไว้ก่อน ค่อยกลับมาล้างในตอนเช้า และเขาเองก็ไม่รู้ว่ายายเจียงนั้นตกลงไปในบ่อนั้นตอนไหน แต่ตำรวจเองก็ยังไม่ปักใจเชื่อ

จนในที่สุดตำรวจก็สรุปสำนวนคดีว่าเรื่องนี้เป็นอุบัติเหตุ ไม่มีใครเป็นผู้ต้องสงสัย แต่น้ำขิงเองก็คิดในใจว่าถ้ายายของตัวเองตกลงไปในบ่อตั้งแต่ตอนเย็นของวันนั้น แล้วคนที่เขาเห็นอยู่ในมุ้งตอนกลางคืนนั้นคืออะไร น้ำขิงคิดไปคิดมาแล้วก็รู้สึกขนลุกขึ้นมาทันที