เปรตประตูโขง

เปรตประตูโขง

เรื่องราวนี้เป็นเรื่องเล่าผีที่เกิดขึ้นเมื่อหลายปีก่อน ซึ่งเจ้าของเรื่องที่เราจะเล่าถึงนั้นชื่อไม้ ตอนนั้นไม้อายุ 18 ปี ซึ่งพ่อแม่ของไม้แยกทางกันตั้งแต่ไม้ยังเด็ก ไม้เป็นลูกชายคนเดียวจึงได้อยู่กับพ่อของเขา แต่ที่ผ่านมาก็มีแต่ป้าบัวที่เป็นพี่สาวของพ่อเลี้ยงดูมาตลอด โดยป้าบัวนั้นก็รักไม้มากเหมือนลูกคนหนึ่งเลย เพราะตัวป้าบัวเองนั้นไม่มีลูกและสามีของเธอก็หนีไปบวชแล้ว

เปรตมีอยู่จริง...

ตอนนั้นไม้เองได้ย้ายเข้ามาเรียนหนังสือในตัวเมือง และต้องย้ายไปอยู่กับพ่อจนต้องห่างป้าบัวไป แต่ก็ได้ติดต่อกันบ้างผ่านทางจดหมาย เพราะสมัยนั้นโทรศัพท์มือถือแพงมาก แต่ว่าตัวไม้เองก็ได้กลับมาเยี่ยมป้าบัวทุกครั้งที่ปิดเทอม

เมื่อปิดเทอมครั้งนี้ไม้ก็ได้กลับไปเยี่ยมป้าบัวที่บ้านนอก ไม้นั้นได้นั่งรถสามล้อเข้าหมู่บ้านและได้เห็นว่าที่นี่เปลี่ยนไปมาก และพอสามล้อจอดส่งไม้ที่บริเวณทางเข้าหมู่บ้าน ไม้ก็ลงจากรถสามล้อและได้เห็นซุ้มประตูโขงที่ทำจากไม้ไผ่ที่ดูแปลกตา อีกทั้งยังมีถาดของเส้นไหว้คาวหวานอยู่บนโต๊ะไม้ พร้อมกับธูปที่ปักไว้หนึ่งก้าน แต่ไม้เองก็ไม่ได้คิดอะไรมาก และเดินไปหาป้าบัวที่บ้านต่อ

ไม้เดินตัดผ่านทางหมู่บ้านระหว่างทางก็เจอกับเพื่อนในสมัยเด็กที่ชื่อยอด เขาทั้งสองก็ได้ทักทายกันตามประสาของเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันนาน และก็ได้ชวนกันไปดื่มเหล้าที่บ้านของยอดในตอนค่ำ

หลังจากนั้นไม้ก็ได้มุ่งหน้าไปที่บ้านของป้าบัวทันที ซึ่งบ้านของป้าบัวนั้นก็จัดว่าเป็นบ้านของคนมีฐานะในละแวกนั้นเลยก็ว่าได้ แต่ก็ยังอยู่ห่างจากตัวหมู่บ้านมาหน่อย และก็ไม่ค่อยมีคนมาปลูกบ้านแถวนี้สักเท่าไหร่ เมื่อไม้มาถึงบ้าน ป้าบัวก็มายืนรอรับที่หน้าบ้านราวกับว่ารู้ว่าไม้จะมาที่นี่ ไม้เองก็แปลกใจจึงถามป้าบัวว่ารู้ได้อย่างไรว่าเขาจะมา ป้าบัวจึงตอบกลับไปว่า "ถ้าเอ็งไม่บอกป้าก็รู้" หลังจากนั้นป้าบัวก็ชวนไม้เข้าบ้าน

พอตกเย็นไม้ก็ขอตัวออกไปข้างนอกเพื่อที่จะไปกินเหล้าบ้านเพื่อน แต่ป้าบัวก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่ขอให้ไม้นั้นมากินข้าวเย็นกับเธอก่อน แต่ไม้ก็ปฏิเสธไปและก็ได้ขับรถมอเตอร์ไซค์คันโปรดออกไปหาเพื่อน และไม้ก็ได้ขับรถมอเตอร์ไซค์ผ่านประตูซุ้มไม้ไผ่หน้าหมู่บ้านอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม้รู้สึกเสียวสันหลังวูบวาบอย่างบอกไม่ถูก

เปรตประตูโขง

เมื่อถึงบ้านของเพื่อนแล้ว ยอด ที่เป็นเพื่อนของไม้ก็ได้จัดเตรียมสุราอาหารไว้อย่างเพรียบพร้อม ในวงเหล้านั้นไม้กับเพื่อนได้คุยกันหลายเรื่องมาก จนกระทั่งยอดพูดถึงเรื่องประตูซุ้มไม้ไผ่ที่หน้าหมู่บ้าน ยอดถามไม้ว่า "เออ...ไอ้ไม้ ข้าได้ยินเขาเล่าลือกันว่าหมู่บ้านเรามีผีเปรตตรงซุ้มประตูทางเข้า เอ็งว่าจริงไหมวะ?" ไม้ได้ยินยอดถามแบบนั้นถึงกับส่างเหมาเลยทีเดียว และไม้ก็พยายามบ่ายเบี่ยงและชวนให้ยอดคุยเรื่องอื่น แต่ยอดนั้นก็ไม่ยอมหยุดที่จะคุยเรื่องนี้ จนเวลาล่วงเลยมาถึงตีสองเศษ ๆ ไม้นั้นก็เริ่มรู้สึกว่าตัวเองไม่ไหวแล้วจึงขอตัวกลับบ้าน โดยตอนแรกนั้นยอดก็บอกให้ไม้ค้างที่บ้านตัวเองเพราะมันก็ดึกแล้ว แล้วอีกอย่างต่างคนก็ต่างเมา แต่ไม้ก็ปฏิเสธและจะกลับให้ได้ ยอดจึงไปส่งไม้ถึงซุ้มประตูทางเข้าหมู่บ้าน ก่อนจะขับรถกลับไม้ก็รู้สึกหวิว ๆ ใจคอไม่ดี และด้วยความที่เมามากจนขับรถไม่ได้เลยตัดสินใจจอดรถแล้วเดินเซลงไปข้างทางก่อนจะอ้วกออกมาหมดไส้หมดพุง

หลังจากนั้นไม้ก็ได้ขับรถออกไปอย่างช้า ๆ พอไม้ขับรถผ่านซุ้มประตูทางเข้าหมู่บ้านได้สักระยะ เขาก็เผลอเหลือบมองกระจกรถด้านข้าง ตอนแรกเขารู้สึกเบลอ ๆ มองอพไรไม่ค่อยชัด แต่พอเริ่มไกลออกมานิดนึงภาพในกระจกก็กว้างขึนและเขาเห็นอะไรบางอย่างที่มีรูปร่างสูงใหญ่เท่าต้นตาลมีแขนยาวราบถึงพื้นและมือขนาดใหญ่ ซึ่งก็คือเปรตนั่นเอง ไม้รู้สึกเกร็งและตัวสั่น แต่ก็พยายามอยู่นิ่ง ๆ แต่เหมือนเปรตตนนั้นรู้ว่าไม้กำลังมองมันอยู่ มันจึงคลานสี่ขามาหาไม้ด้วยความรวดเร็ว นาทีนั้นไม้บิดคันเร่งเต็มสปีดโดยไม่สนใจชีวิต พอมาถึงบ้านก็หายใจหอบถี่ "กลับมาแล้วเหรอ" เสียงป้าบัวถามทำให้ไม้ถึงกับสะดุ้งทันที

เมื่อถึงบ้านแล้วป้าบัวก็ชวนไม้ไปที่ห้องครัว และให้ดูสมบัติของตัวเองในตู้เย็น ป้าบัวก็ได้บอกกับไม้ว่าถ้าอยากเอาสมบัติของเขาไปตั้งตัวก็ตามสบายเลย ไม้จึงขอบคุณป้าบัว และก็ถามต่อว่า "ป้ายังไม่นอนอีกเหรอครับ?" ป้าบัวจึงตอบกลับไปว่า "ยังเลย...พอดีป้าหิวเลยออกมาหาอะไรกิน ขอบใจไม้มากนะที่ทำให้ป้าอิ่มท้อง ของหวานของคาวพวกนั้นป้ากินไม่ได้เลย" ตอนแรกไม้ก็ยังไม่ได้คิดอะไร แต่เมื่อทบทวนคำที่ป้าบัวพูดแล้วนั้นทำให้รู้สึกขนลุก และพอกลับไปหาป้าบัวไม้ก็ไม่เห็นป้าบัวอีกแล้ว ได้ยินแค่เสียงหัวเราะที่ดังก้องไปทั่วบ้าน

พอเช้าของอีกวันหนึ่งไม้ก็ตื่นมาอยู่ที่วัด ตามเนื้อตามตัวมีสายนั้นมีสายสิญจน์เต็มไปหมด ไม้เองก็ไม่รู้ว่าตัวเองมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร ซึ่งที่วัดนั้นก็มีทั้งพระอาวุโส ลุงผู้ใหญ่บ้าน พร้อมกับชาวบ้านอีกบางส่วน ไม้ได้เล่าทุกอย่างให้ทุกคนฟัง และถามถึงป้าบัว ลุงผู้ใหญ่บ้านจึงบอกกับไม้ว่าป้าบัวนั้นได้เสียชีวิตแล้วด้วยโรคมะเร็ง และที่เปรตตนนั้นที่ไม้ได้เห็นนั้นก็คือป้าบัวนั่นเอง ส่วนเรื่องที่ป้าบัวเป็นเปรตนั้นชาวบ้านทุกคนก็รู้ดีว่าป้าบัวนั้นเป็นคนชอบให้ทานแต่ลับหลังนั้นนินทาด่าว่าพระในทางที่ไม่ดี หาว่าพระเหมือนหมาที่ตามขอเศษอาหารคนอื่นกิน เมื่อไม้รู้ความจริงก็ได้แต่ร้องไห้ และทุกคนก็ได้พูดปลอบใจไม้ ในที่สุดไม้นั้นก็ได้ตัดสินใจแบ่งเงินส่วนหนึ่งไปทำบุญใหญ่ให้แก่เปรตตรงซุ้มประตูโขงนั้นและเงินอีกส่วนหนึ่งก็นำไปเป็นทุนการศึกษา และทุกครั้งที่กลับบ้านไปไม้ก็ไม่ลืมที่จะแวะบอกกล่าวป้าบัวอยู่เสมอ